วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554
x'mas tree
วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
ให้กำลังใจเด็กกันเถอะนะคะ
ปัญหาที่พบบ่อยให้วัยสามขวบนั้นมีไม่มากแต่ว่าก็หนักเอาการอยู่ เพราะว่าลูกเจอคนข้างนอกแบบรับรู้คำพูดคนข้างนอกแล้วไม่เหมือนตอนเล็ก แต่ว่าคนข้างนอกคาดหวัง กับเด็กว่าต้องทำได้ทุกสิ่งอย่าง เเล้ววิพากษ์วิจารณ์ จนลืมไปว่าเด็กก็มีจิตใจนะคร้าบ
ช่วงวัยนี้ลูกเริ่มมีอาการไม่ยอมสวัสดีคนอื่น ที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตา จากที่เคยสวัสดีง้ายง่าย เเต่ม่าม๊าก็รู้อยู่เเล้วละว่ามันจะต้องมีอาการเเบบนี้ แต่ว่าเราสองคนเลือกที่จะให้จับมือลูกสวัสดีเเล้วก็ให้กำลังใจว่าคราวหน้าเอาใหม่ แต่มักจะมีผู้ใหญ่ที่เค้าลืมวัยเด็กของเค้าไปแล้ว มักจะบอกว่า ไม่เห็นเก่งเลยไม่ยอมสวัสดี หรือว่า ทำไมไม่สวัสดีละ สู้น้องก็ไม่ได้น้องเก่งกว่า(บอกตรงๆ เบื่อมากเล้ยคำแบบนี้ คนก็คนละคนน้า วัยก็คนละวัย แล้วคุณก็ไม่ใช่คนเลี้ยงลูกเรานะเเต่ว่ามาทำร้ายจิตใจลูกเราอีกละ) เด็กต้องเป็นทุกคน แต่ว่าผู้ใหญ่ไม่เคยให้ก้าวผ่านปัญหาไปอย่างสบายใจมักจะมีคำพูดให้บั้นทอนบ้าง หรือว่าขู่บังคับบ้างว่าต้องทำสิเเม่อายเค้านะทำไมลูกไม่สวัสดีเหมือนแต่ก่อน มากมายก่ายกอง เเล้วลูกก้ต้องยืนรับรู้อยู่ทำไมผู้ใหญ่ ไม่ให้โอกาสเด็กบ้างเลยคร้าบบบบบบ เพิ่งเจอก็ตำหนิก่อนเลย ทุกคนคาดหวังมากมายกับเด็กนะนี่ พอไม่ทำก็เอาเเล้วเหมือนว่าไม่ได้เรื่องเลย ไม่เอาไหนเลย คาดคั้นเหลือเกิน
ปํญหาตามวัยเป็นสิ่งที่ต้องเกิดเพราะว่าเเสดงให้เห็นพัฒนาการของเค้าไปอีกขั้นแต่คนชอบให้สิ่งปกติเป็นสิ่งผิดปกติเเละเลวร้ายมาก จนลืมไปว่า เด็กศักยภาพคือเด็ก
อยากจะบอกว่า อยากให้ให้เกียรติเด็กเหมือนเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งเเต่ว่าคาดหวังเค้าในฐานะเป็นเด็ก ไม่ใช่คาดหวังเกินตัว
ก่อนจะพูดอะไรกับเด็ก ให้นึกว่าเด็กก็คือผู้ใหญ่คนหนึ่งการให้เกียรติเค้าเท่ากับว่าเราสอนให้เค้าให้เกียรติโดยการทำให้เค้าเห็นปฎฺบัติให้เค้าดู ไม่ใช่สั้่งสอน วันนึงเมื่อต้นไม้โตเต็มที่ สิ่งดีดีที่สั่งสมไปจะออกดอกออกผลออกมาเอง ไม่ต้องใส่สารเร่งมาก ด้วยความใจร้อน เด็กไม่ใช่เครื่องคอมพิวเตอร์ เค้าเหมือนต้นไม้ที่ต้องค่อย ๆ ดูเเลตัดเเต่งเเก้ไขกันไป เเล้วก็เจริญเติบโต ไม่ใช่ สอนเเล้วทำไมไม่ทำบอกกี่ครั้งเเล้วทำไมไม่จำ จริง ๆ เค้าจำได้ละแต่ว่าเค้ายังอยากจะทำแบบนี้อยู่ถ้าเราคงเส้นคงวาเดี่ยวเค้าก็จะปฏิบัติตามเราเอง ก่อนที่จะพูดกับเด็กอยากให้นึกว่าถ้าเป็นเราโดนคนอื่นที่เพ่ิงรู้จักวิจารณ์เลยทันที ในข้อเสียของเราเราจะพอใจหรือไม่ นั้นละเด็กก็เหมือนกันเค้าคงอยากให้คนให้กำลังใจเเละค่อย ๆ สอนเค้ามากกว่า มาสั่ง เค้า ดุ เค้า วิธีนั้นเห็นผลเร็วเเน่นอน แต่วันหนึ่งเมื่อเค้าปีกกล้าขาเเข็ง พร้อมบิน นั้นละเค้าเเข็งเเรงกว่าเราเเล้วเค้าก็คงจะทำกับเราเหมือนที่เค้าโดนในวันที่เค้ายังอ่อนเเออยู่
เรื่องนี้ที่เขียนขึ้นมาแค่อยากจะบอกให้ผู้ใหญ่เข้าใจเด็กกันให้มาก ๆ ขึ้นกว่านี้อย่ามองเด็กว่าเป็นสิ่งที่เรากระทำกับเค้าได้หมด สั่งได้ทุกอย่าง ที่เขียนไม่ใช่เพราะว่าลูกตัวเองกำลังมีปัญหาเลยปกป้อง เเต่ว่ามาเขียนอย่างเข้าใจเพราะว่าแต่ก่อนทราบปัญหา และเจอแต่เด็กคนอื่นทำยังไม่ค่อยพบเจอปัญหาที่จะส่งผลถึงตัวเด็กเพราะว่าเราไม่ได้เลี้ยงเค้าเราก็จะเเค่เห็นว่าอ่อวัยนี้เค้าจะไม่ค่อยทำในสิ่งที่เค้าเคยทำมาง่าย ๆ นะ เเล้วมักจะโดนผู้ใหญ่ว่าว่า ดื้อนะ คือเรายังไม่ได้มายืนตรงจุดเลี้ยงเด็กเต็ม ๆ เรายังไม่เข้าใจมากหนักแต่ว่าเราก็ไม่เคยว่าเด็กนะเราเข้าใจว่ามันเป็นสิ่งที่ต้องเกิด แต่ว่าพอมาเจอกับลูกตัวเองมักจะโชคดีมากเจอผู้ใหญ่ที่เค้าเห็นว่าเราก็คงเป็นเด็กคนนึงเหมือนกันเลยกล้าที่จะพูดและถามในสิ่งที่ลูกเราทำแบบบางทีเราสงสารลูกเราว่าเฮ้อลูกเอ้ย เดี่ยวอาการแบบนี้มันก็จะหายไปเองม่าม๊ากับป่าป๊าเข้าใจนะ สังคมมันก็เป็นอย่างนี้ละคาดหวังความสมบูรณ์แบบแต่ว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่นั้นก็คือเเสดงแบบให้เด็กเห็นว่า ไม่ให้เกียรติผู้อื่น เจอกันก็วิจารณ์เราเลยถ้าต้องให้เจอคนเยอะ ๆ สะเปะสะปะ แล้วได้รับมลพิษ ม่าม๊าป่าปีาเลือกเจอคนน้อย ๆ แต่ว่าเจอแต่มิตรดีดีก่อนดีกว่า ในวัยนี้จะได้เติบโตไปแบบไม่ต้องเสียกำลังใจ
ปล ผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่าน ที่เคยวิพากษ์วิจารณ์เด็กมาก ๆ จนลืมนึกถึงใจเด็ก อยากให้ลองคิดใหม่ เเล้วอย่าก้าวก่ายหน้าที่ของพ่อเเม่เค้า ถ้าพ่อแม่เค้ารู้จักกับคุณเเล้วก็ดูมีมารยาทดี จงปล่อยวางเเละเชื่อว่าเค้าจะสอนลูกของเค้าเองว่าต้องทำอย่างไร ขึ้นอยู่กับวิธีของครอบครัวเค้า เราเป็นคนอื่น เราก็ต้องให้เกียรติเค้านะคะ เพราะว่าไม่เช่นนั้นมันจะกลายเป็นว่านอกจากไม่ให้เกียรติเด็กแล้วยังไม่ให้เกียรติพ่อแม่ของเด็กอีกคะ เราสองคนเชื่อว่าถ้าเราเอาใจใส่ต้นกล้าด้วยวิธีทีเหมาะสมกับพันธุ์ไม้ที่เราปลูก ต้นไม้แต่ละพันธุ์วิธีการดูเเลยังไม่เหมือนกัน เด็กก็เช่นกันมีลักษณะแตกต่างกันไปถ้ารู้ลักษณะและวิธีการดูแลที่เหมาะสม วันหนึ่ง เค้าก็จะเจริญเติบโตงดงามเป็นต้นไม้ในอนาคตเเน่นอน
วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
insect park @KU
สีฟูฟู
ปล เวลาเล่น เรามักจะเล่นเป็นเพื่อนกับเค้าคือนั่งเล่นไปด้วยกันไม่ใช่เล่นในบทบาทแม่ คือ สั่งการ เด็กจะหมดสนุก ดังนั้นจงสนุกไปกับการเล่นแบบเด็ก ๆ กันอีกรอบนะจ๊ะ
วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2554
ภาษาอังกฤษเเสนสนุก
โชกุนเรียนรู้ภาษาอังกฤษกับม่าม๊าอยู่แล้วแต่ว่าที่เราไปเจอ teacher sam ด้วยเพราะว่าต้องการให้โชกุนได้เจอกับฝรั่งที่ใข้ภาษาจริง ๆ และในที่นี้ต้องไม่ใช่การสอนหนังสือ อยากให้ทุกอย่างผ่านการเล่น ดังนั้นบทสนทนาก็จะเป็นเรื่องการเล่นสนุกสนานเด็กได้ใช้ภาษาจากที่เราสอนไปจริง
ความจริงเเล้วจุดประสงค์หลักของการที่ทั้งเเนนและแชมป์เลือกสอนภาษาอังกฤษให้ลูกนั้นไม่ได้ต้องการถึงขั้นต้องพูดภาษาอังกฤษกันตลอดเวลา แค่พูดมาเเล้วเข้าใจพยายามอธิบายได้ มีคลังศัพท์ในสมองโดยที่ไม่ได้แปลสองชั้น(แบบรุ่นเราเราเรียนมา) มีทัศนคติที่ดีต่อภาษาอังกฤษ เท่านั้นเอง
สรุปเราสองคนต้องการให้ลูกมีทักษะและไม่กลัวภาษาคุ้นเคยกับภาษาและสนุกไปกับสิ่งที่เรียนรู้ ซึ่งทุกวันนี้ที่สอนมาเองเป็นปีก็ได้ผลทำใหคนสอนชื่นใจเเล้ว สามารถสื่อสารได้พูดได้อธิบายได้ ไม่เข้าใจก็บอกได้ ไม่รู้ก็บอกได้ ม่าม๊าจะทำต่อไปเพราะว่าม่าม๊าเองก็เรียนพร้อม ๆ กับโชกุนนั้นละ
วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554
หนังสือดีดี ที่ควรหามาอ่าน
วันนี้ได้มีโอกาสซื้อหนังสือมาอีกเล่มอ่านเเล้วดีจัง อ่านเเล้ว happy อย่างที่ในหนังสือบอก เลย ไม่มีอะไรเลย ในหนังสือเหมือนเอาปัญหาสารพันของลูกซึ่ง ๆ จริง ๆไม่ใช่ปัญหาแต่ว่าเป็นสิ่งพัฒนาตามวัยต่างหาก จริง ๆ น่าจะเป็นพ่อแม่เป็นคนมีปัญหาเอง เช่น เราต้องเป็นพ่อแม่ที่เลี้ยงลูก perfect สิ ลูกเราต้องดีทีสุดในสังคมต้องมีคนในสังคมชมสิว่าดี เก่งจัง อะไรทำนองนี้แต่ว่ามองข้ามใจลูกไป บางคนจะห่วงมากไม่ได้นะต้องเป็นเด็กที่ฉะฉานนะต้องตอบทุกคำถามผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จักถามก็ต้องทำให้ได้ กล้าสิเดินไปซื้อของแค่นี้ต้องกล้า จริง ๆ อยากจะจับพ่อแม่ที่คิดเเบบนี้ย้อนกลับไปตอยอายุเท่าลูกจริง ๆ ว่า ตอนนั้นคุณก็รู้สึกแบบลูกนี่ละ จะไปฝืนทำไมปล่อยคนให้พัฒนาเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจมั่นคงไปอย่างธรรมชาติ เป็นผู้ใหญ่ที่อดทนรออย่างใจเย็นกันหน่อยเถอะ ได้โปรดๆๆๆ เเหมเด็กเพิ่งเกิดมาก็จะให้มีความสามารถเท่าตัวเองที่มีอายุ สามสิบ สี่ิสิบ ห้าสิบเลยรึไงจ๊ะ ท่องไว้ใจเย็น ๆ คุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย เเละอีกหลาย ๆ ท่านที่เคารพ มนุษย์ไม่ใช่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ป้อนข้อมูลเเล้วจะให้ทำอะไรได้ดั่งใจทุกส่ิงทันที ให้ดอกไม้งามช้า ๆ แต่ว่ายั่งยืนและมั่นคงดีกว่านะจ๊ะปล บางคนอาจจะบอกว่าอ่านนั้นนี่เยอะเกินไป จริง ๆ แล้วอ่านไว้เยอะ ๆ ก็น่าจะดีกว่านะคะ หาสิ่งที่ใช่ เอาหลายๆ เล่ม มาประมวลให้เข้ากับลูกเรามากที่สุด อ่านเพื่อเป็นแนวทางไม่ใช่พออ่านเล่มนี้ก็จะทำตามแบบเล่มนี้ เลือกสิคะเลือกเอง ปรับประยุกต์ให้เข้ากับชีวิตเราเท่านั้นเอง