วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559

มาทำบะหมี่ไข่กันเถอะ

ส่วนผสม






จริงๆ เป็นกิจกรรมที่ทำตั้งแต่ปิดเทอมแล้วแต่ไม่มีเวลาเอามาลงบล็อค กิจกรรมนี้คือทำบะหมี่ไข่ส่วนผสมมีดังนี้
ไข่ไก่ 3 ฟอง
           เกลือป่น
           น้ำปูนใส 70 กรัม
           แป้งขนมปัง 200 กรัม
           แป้งสาลีอเนกประสงค์ 120 กรัม
           แป้งมัน 40 กรัม
ส่วนวิธีทำแนนเอามาจากเว็ปนี้คะ
http://cooking.kapook.com/view111681.html

แนนไม่มีเครื่องรีดแป้งก็เลยใช้ rolling pin นวด เอานะคะมันจะไม่สวยไม่บางเท่าของที่ร้านแต่ว่าอยากลองทำเอง สนุกดีคะลองทำเองก่อนถ้าติดใจค่อยซื้อเครื่องรีดเเป้งก็ได้

วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ถึงลูกเราจะไม่ได้เรียนโปรแกรมEP หรือเรียนโรงเรียนนานาชาติ เราก็เสริมลูกเองได้นะ

เราเชื่อว่าไม่มีพ่อแม่คนไหนปฏิเสธว่าไม่อยากให้ลูกได้ทักษะภาษาอังกฤษ ซึงโรงเรียนสมัยนี้ก็มีมากมายที่ทั้งเป็นโปรแกรมภาคภาษาอังกฤษ เปิดเป็นหลักสูตรนานาชาติ แต่ว่าในความคิดของแม่แนน ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ ถ้าในที่นั้น ๆ ไม่มาตรฐานพอแล้วมาเปิดเป็นภาคภาษาอังกฤษ ขอแค่เอาคนที่ชื่อว่าต่างขาติมาสอนซึ่งบางที โหภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงกว่าคนไทยอย่างเราเสียอีก เพราะว่าอะไรเพราะว่าเค้าเป็นชาวต่างชาติที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่นั้นไง  ดังนั้นต้องเลือกดีดีนะคะ ไม่เช่นนั้นอาจจะเสียเงินแพงกว่าโดยที่ประโยชน์ที่ได้มาไม่คุ้มกัน

แต่ที่ที่มาตรฐานที่มีชื่อก็แพงมากคะ ครอบครัวของเราเองก็ไม่ไหวที่จะส่งให้ลูกเรียนในโรงเรียนนานาชาติ เพราะว่าเรายังต้องเก็บเงินไว้สำรองให้เค้าเรียนสูงในระดับที่สูงขึ้น ๆ อีก และอีกประเด็นคือ บ้านเราอยู่ต่างจังหวัด โรงเรียนนานาชาติทีน่าเชือถือก็ไกลเหลือเกิน

เมื่อเรารู้ละว่ายังไงมันค่อนข้างเป็นไปได้ยากมาก งั้นเราทำไงละที่จะช่วยลูกให้มีทักษะ ในวิชาอื่นแต่สอนเป็นภาษาอังกฤษ เช่น วิชาเลข เรียนแบบเป็นภาษาอังกฤษ แม่แนนต้องส่งเรียนพิเศษอย่างเดียวเลยเหรอ

คำตอบของแม่แนน ไม่คะ ตายพอดีถ้าแม่แนนต้องส่งเรียนหมดทุกสิ่งอย่างกระเป๋าอิชั้น แบนพอดี อีกอย่างเสียเวลาเดินทางบ้านไกล เราต้องนึกถึงตัวเองก่อน เลือกพึ่งตัวเองด้วยคะโชคดีมากที่เดี๋ยวนี้มีสื่อให้เราเรียนก่อนสอนลูกได้มากมาย ทั้งใน youtube หรือหนังสือต่างประเทศที่เหมาะกับระดับชั้นของลูก แล้วศัพท์ก็ไม่ได้ยากอะไร แม่สอนได้เพราะว่าเนื้อหาในระดับชั้นเดียวกันก็เรียนเหมือนกัน แต่ก็อีก จะต้องมีบางคนบอกแน่ ๆ ว่าโอยชั้นไม่เก่งภาษาอังกฤษจะมาสอนอะไรเดี่ยวสอนผิด  แนนว่าไม่มีอะไรเกินความสามารถคะเราเรียนรู้ก่อนลูกได้  คิดอีนัยดีซะอีกถือว่าหาความรู้เข้าตัว

แม่แนนสอนมาตลอดวันละนิดวันละหน่อยหน่อยจริงๆ นะคะ เพราะว่าลูกhappyที่ไม่เกินครึ่ง ชม.(เป็นบุญมากที่จะให้แม่สอน 555)  ที่จะนั่งเรียนกับแนน แต่ว่าเราตั้งเป้าไว้ว่าเราจะสอนลูกให้ได้วันละชั่วโมงดังนั้น เค้าจะนั่งเรียนอะไม่เกินครึ่งชั่วโมงอีกครึ่งชั่วโมงที่ตั้งเป้าอาจจะเป็นไปพักก่อนเดี่ยวกลับมาเรียนใหม่หรือ อ่านให้ฟังก่อนนอน ผลลัพธ์ก็โอเค
นะคะไม่ถึงกับเลิศเลอเพอเฟค แต่ว่าดีกว่าเราไม่ได้ให้เค้าเลย พยายามทำทุกวันมนุษย์แม่อย่างเราประเมินลูกเองได้ว่าวันนี้พร้อมหรือไม่เรียนได้แค่ไหน บางวันมันก็ต้องมีอู้กันบ้างละเนาะ

วิชาที่ใช้สอนตลอดคือ เลข คะแม่แนนใช้เล่มนี้ ซึ่งโอเคเลยเนื้อหาข้างในไม่ยากและเป็นเรื่องเดียวกับที่ลูกเราเรียนตอนนี้ สบาย เราเทียบดูได้นี่
แนนซื้อทีร้านหนังสือ ซีเอ็ดคะ  แต่ละสาขาอาจจะมีหรือไม่มีไม่แน่ใจ แต่ว่ามีหลายเล่มลองเลือกดูเอาที่ถูกใจเราเราอ่านเข้าใจนั้นละ




เนื้อหาข้างในก็เหมือนอ่านการ์ตูนให้ฟัง แล้วเราก็ฝึกพูดกับลูกได้สบาย ไม่ใช่เรื่องยาก
(คิดอีกแบบนะเราได้เรียนรู้พร้อมลูกว่าการบวกลบ หรือวิธีการพูดในโจทย์เลขเค้ามีวิธีพูดยังไงบ้าง)


                                    เค้าจะอธิบายเป้นภาพแล้วสีสวยเด็กชอบ
(ภาพทั้งหมดถ่ายเองจากกล้องมือถือนะคะไม่ได้นำมาจากอินเตอร์เน็ต)

ส่วนวิชาอื่นๆ เหมือนอ่านให้ฟังเสียมากกว่า พวกวิทยาศาสตร์ มันก็เหมือนเราอ่านหนังสือให้เค้าฟัง เพราะว่าเรื่องของเด็กวัยนีี้ก็เป็นเรื่องสิ่งรอบ ๆตัว ยังไม่ต้องซีเรียส

ไม่มีอะไรที่มนุษย์แม่ทำไม่ได้ แล้วไว้เดี่ยวจะมาเล่าเรื่องสอน phonic ให้ฟังนะจ๊ะ

วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การย้ายโรงเรียนกับทักษะอ่านเขียน

เดิมทีโชกุนเป็นเด็กที่ม่าม๊าสอนหนังสือเองสอนประสบการณ์นั้นนี่เองอยู่บ้านระยะนึง เพราะว่าม่าม๊าคิดว่าอยากจะใกล้ชิดลูกอยากให้พร้อมก่อนเเล้วค่อยไปโรงเรียน ม่าม๊าก็คิดว่าวิธีที่ม่าม๊าทำโอเคนะ เพราะว่าเมื่อถึงเวลาโชกุนอยากไปเองก็ไปแบบง่ายมากไม่มีการร้องห่อร้องไห้เลยสักครั้ง จนวันนึงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนคือการย้ายมาเรียนโรงเรียนที่เรียกว่าน่าจะแนวเน้นวิชาการซะด้วยซ้ำตอนแรกม่าม๊ากังวลมากถึงมากที่สุดโอย ตายแน่ ๆลูกเราไม่ได้เรียนมาแนวอ่านเขียนจะทรมานมากไหม
ลูกเราจะเป็นไงนี่ ไม่เคยเรียนโรงเรียนที่ นักเรียนในห้องเยอะขนาดนี้มาก่อนจะรอดมั้ยนี่ สารพัดสารเพในความกังวล แต่แล้วลหายสิ่งก็คลี่คลาย จากที่กังวลว่าลูกจะเรียนไม่ได้ลูกจะรอดไหม
ปรากฏว่าลูกเรียนรู้เรื่องผลสอบออกมามีสองคะแนนเท่านั้นคือ เกือบเต็มกับเต็ม ทั้งทีม่าม๊าก็ไม่ได้ให้เรียนพิเศษ มีแต่ม่าม๊าสอนการบ้านเองแล้วจะติวเองทบทวนวันละข้อสองข้อเท่านั้น เลยคิดเอาว่าถ้าเด็กเค้ามีความสุขความพร้อมด้านต่างๆ จะตามมาเอง
 เรื่องเพื่อนเรื่องสังคมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงจากเรื่องนี้ทำให้ม่าม๊าได้เรียนรู้อีกสิ่งหนึ่งก็คือ
ถ้าเราเลี้ยงลูกมาอย่างใกล้ชิดถูกทางลูกเราจะปรับตัวง่าย และไม่มีปัญหาในการปรับตัว



















ส่วนเรื่องอ่านเขียนเมื่อวัยพร้อมที่จะอ่านเขียนเด็กก็เริ่มสนใจอยากรู้ให้เราช่วยสะกดเองทุกอย่างอย่าฝืนธรรมชาติพัฒนาการของวัยอะไรๆมันก็ง่ายจริงๆ ตอนนี้เริ่มอ่านได้เยอะขึ้นอ่านเป็นประโยคได้ หนังสือที่แนะนำให้ซื้อมาสอนอ่านกับลูกเลยนะคะ รูปด้านล่างคะ อ่านไปวันละนิดจิตแจ่มใสทั้งแม่และลูก
หาซื้อได้ตามร้านขายหนังสือทั่วไป ราคาถูกแยกสระชัดเจน ลองใช้สอนลูกคะแค่วันละหน้าก็พอคะ

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

sew a pillowcase by SHOGUN

กิจกรรมเย็บปลอกหมอน
เป็นกิจกรรมง่าย ๆ มีขั้นมีตอนให้เรียนรู้ สั้น ๆ และได้ฝึกใช้สมาธิในการทำ
สิ่งที่ต้องเตรียม
ผ้าลายน่ารัก ๆ อาจจะให้เจ้าตัวมีส่วนร่วมในการเลือกก็ดีนะคะ แต่ว่าอันนี้พอดีแม่ทำผ้าม่านเหลือเลยเสนอไอเดียกันว่ามาทำปลอกหมอนกันดีกว่า
คราวนี้เราก็ช่วยกันวัดขนาด เค้าก็จะเห็นขั้นตอนการทำ วัด ตัด และแม่ก็เตรียมรีดขอบ เพื่อให้เค้าเย็บได้ง่าย ๆ คราวนี้ก็สอนให้เย็บ ขั้นตอนนี้โชกุนชอบ ตั้งใจทำใจจดจ่อดี
กิจกรรมนี้ดีตรงที่ว่าใช้เวลาไม่นาน และของเค้าได้ใช้จริง ๆ และเหมือนเดิมเราก็เติมภาษาอังกฤษไปในกิจกรรมเล็กๆน้อยๆ ถ้าเราไม่มีไอเดียก็ดู ๆใน website มาก่อน
 แม่แนนใช้อันนี้  http://www.kids-sewing-projects.com/how-to-sew-a-pillowcase.html
อย่างน้อย ๆ กิจกรรมนี้ได้แน่ ๆ สามคำ rectangle, sew, pillowcase



วันพุธที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2557

After school activity~almond slice cookie bar

After school activity by Mama nan

หลังจากที่ห่างหายไปนานแสนนาน เพราะว่าด้วยความที่ยุ่งกันทั้งแม่และลูกไมได้อับเดทบล็อคเรามาจะเป็นปีแล้วมั้งนี งานมาม๊าก็วุ่นแถมตารางโชกุนก็ยุ่ง  เรากลับมาประเดิมด้วยกิจกรรมหลังเลิกเรียนด้วย ทำอาหารง่ายๆ กันดีกว่าวันนี้เรามาเริ่มด้วย almond slice cookie bar เพราะว่าซื้อกินนั้นแสนแพงม่าม๊าลองมาอ่านวิธีการทำมันไม่เห็นจะมีอะไรยาก เรามาลุยกันเองเลยดีกว่า

ส่วนผสมทั้งหมด 







แป้งเค้ก ในส่วนนี้ม่าม๊าเลือกใช้แป้งที่ทำมาจากข้าวหอมมะลิคนไทย ที่เค้านำมาดัดแปลงเป็นแป้งใช้แทนแป้งสาลีแป้งเค้ก สำหรับเด็กที่แป้งแป้งสาลี อันนี้นาจะเป็นตัวเลือกที่ดี ที่สำคัญของคนไทย ม่าม๊าแนนซื้อมาจากที่ร้าน golden place คะ

อัลมอนล์สไลน์  ประมาณ ครึ่งถ้วย

เนยเค็ม 75  กรัม

น้ำตาล 75 กรัม (ถ้าชอบหวานน้อยก็ลดลงก็ได้นะคะ)

ผงวนิลา  1 ชช

ไข่ขาว 1 ฟอง

ขั้นตอนการทำ

ร่อนแป้งและผงวนิลารวมกัน 


 แล้วเราก็ละลายเนยและน้ำตาลเข้าด้วยกัน ด้วยไฟกลางๆ  พอละลายหมดยกลงรอให้อุ่น ๆ







เทไข่ใส่เนยกับน้ำตาลทีเราละลายเเล้ว คน ๆ ให้เข้ากัน ใส่แป้ง ใส่อัลมอนล์หลังจากนั้นพักในตู้เย็นสักพัก









แล้วเอากระดาษไขรองทีถาดทาเนยเล็กน้อยแล้วก็ปาดแป้งที่เราเตรียมเสร็จแล้วให้บาง ๆ หลังจากนั้นเข้าเตาอบ 



รอประมาณ สิบห้าถึงยี่สิบนาทีที่ความร้อน 150 c รีบเอาออกมาและแคะออกจากกระดาษแล้วนำมาตัดในช่วงเวลานี้เพราะว่ายังนิ่มอยู่เราจะตัดแบ่งได้ ผึ่งไว้สักพักรอเย็นจะได้อัลมอนล์สไลน์กรอบ ๆกรุบ ๆ แบบโฮมเมด ด้วยฝีมือเราเอง เย้ อรอย ทำเองได้ ไม่ต้องซื้อแพง ๆ 

:) แนะนำให้สอนลูกเป็นภาษาอังกฤษไปด้วยในขั้นตอนและบอกถึงส่วนผสมให้ลูกฟัง เค้าจะซึมซับ ๆไปเองว่าอะไรคืออะไรโดยที่ผ่านกิจกรรมสนุก ๆจำไม่ได้วันนี้วันหน้าก็จำได้เองถ้าเราทำกิจกรรมบ่อยๆ 



วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ด.ช.อิสระ กับกิจกรรมวันปิดเทอม

ตอนเเรกม่าม๊าคิดว่าปิดเทอมคงจะไม่ให้ทำอะไรที่ไหนคงจะมีกิจกรรมที่บ้านแทน
 แต่ คุณอิสระ ขอไปเข้าค่ายนั้นนี่ ขอไปเรียนนั้นนี่ เราจึงมีโอกาสทำกิจกรรมกันอาทิตย์เดียวก่อนโรงเรียนเปิดทำกิจกรรมวันปิดเทอม
กิจกรรมของโชกุนก็เดิม ๆ คือ อะไรที่พ่อแม่ทำ โชกุนก็จะได้ทำไปด้วย ช่วงโชกุนหยุดช่ววงนี้เป็นช่วงที
ป๊าเค้าจะเตรียมปลูกข้าว พอดี ดังนั้น เราได้แรงงานสำคัญคือ ด.ช. อิสระ นั้น เอง
ประโยชน์ของกิจกรรมเตรียมดินเพาะข้าว และช่วยเพาะ ข้าว ก็คือ ได้รู้ขั้นตอนจากการลงมือปฎิบัติจริง และฝึกความอดทนในการนั่งหยอดข้าว ลงในถาดเพาะ เพราะว่าป่าป๊าให้หยอดหลุมละเม็ด ปวดหลังกันไปตาม ๆกัน  นอกจากนั้นก็สอนเลข สอนภาษาอังกฤษได้พูดๆ ไปสอนไปตอนทำ ดีจะตาย เรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรม
มาชมรูปกันดีกว่า









วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2556

เรื่องราวดีดี เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ

หายไปน้านนาน นานแสนนานมาโผลได้สักทีวันนี้ พอดีย้ายไปอยู่อีกที่แล้วโน๊ตบุคใช้อินเตอร์เน็ตไมได้ ก็ยังงงตัวเองว่าทำไมไม่พิมพ์ใส่word ไว้ก่อนนะ คราวนี้ไม่เอาละไม่ิทิ้งเรื่องราวอะไรที่ควรบันทึกละจะพิมพ์ใส wordไว้ก่อนแล้วค่อยมาก้อปใส่blogตอนที่คอมใช้อินเตอร์เน็ตได้ (ดูกันดารเนาะ)
 หัวข้อวุนนี้คือเรื่องราวดีดีเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ
ตลออดเวลาถ้าได้อ่านบล็อคจะพอรู้ว่าม่าม๊าสอนโชกุนเป็นภาษาอังกฤษพยายามพูดกับลูกเป็นภาษาอังกฤษ พยายามหาครู้ฝรั่งให้โชกุนได้มีโอกาสพูด แต่ว่าทำไปโโยไม่ได้คาดหวังว่าต้องเป๊ะต้องได้แคทำไปทุกวันเหมือนหยอดกระปุก แล้ววันที่มาม๊าเริ่มรู้ละว่าปลูกอะไรได้อย่างนั้นก็มาถึงวันที่เห็นโชกุนสื่อสารกับครูต่างชาติเองโดยไม่มีม่าม๊า วันที่เห็นโชกุน พูดจาโต้ตอบกับชาวต่างชาติได้โดยไม่ต้องคิดแปล (เพระาว่าตลอดเวลาไม่ได้สอนให้ลูกแปล) การสอนเเบบนี้ธรรมชาติจริงๆ ดีใจทีลูกไมได้มีวิธีคิดทางการพูดภาษาอังกฤาเหมือนเราคือเราต้องแปลก่อนในหัว แต่ว่านีเค้าสามารถแยกได้เลย
การทำแบบนี้ดีจริง ๆ จะบอกพ่อแม่หลาย ๆคนว่า สอนไปเถอะคะสอนไปเรื่อย ๆ อย่าหวังผล ทำไป อะไรที่ว่าน่าจะดีกับลูกเรา ไม่รู้สิถึงลูกไม่ได้สำเนียงฝรั่งจ๋า แต่ว่าลุฏสามารถสื่อสารให้ฝรั่งเข้าใจ นั้นคือสิ่งที่วางแผนไว้คือต้องการให้เค้ารู้สึกว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่สิ่งประหลาดและน่ากลัว
และจะบอกว่าทักษะของการเขียนและการจำคำศํพท์ที่โรงเรียนโชกุนไม่ได้สอนให้อ่านเขียนแต่ว่าจะเขียนเป็นคำไปเลยปรากฏลูกจำได้ วันนึงเค้าวาดรูปต้นไม้แล้วเขียนว่า tree เราก็ยังคิดใครบอกให้เขียนเหรอลูก เค้าบอกว่าเปลาเค้าจำได้ (เรายิ่งมั่นใจในวิธีแบบนี้อะวิธีที่สอนนะแต่ว่าเหมือนไม่ได้สอน

หลังจากภาษาอังกฤษขอมาต่อเรื่องของภาษาจีน
โรงเรียนที่ลูกไปเข้ามีการสอนภาษาจีนแบบธรรมชาติวิธีการสอนเหมือนที่เราสอนภาษาอังกฤษลูกที่บ้านสอนไปเรื่อย ๆ ปรากฏว่าโชกุนได้ภาษาจีนมาเยอะมาก ครูบอกว่า เค้าเรียนรู็้คำศํพท์เร็วมากและกล้าที่จะพูดภาษาจีนกับครู เราเลย ดีใจจัง สงสัยอาจจะเป็นเพราะว่า เราสอนเค้าวิธีนี้อยู่เเล้ว เวลาไปเจอภาษาอะไรใหม่ ๆ เค้าเลยเปิดรับได้ดี

สรุป อะไรที่เป็นวิธีธรรมชาติ ในความคิดของเรานะคะ คือ ช้าหน่อยแต่ว่าซึมซับดีเยี่ยมจริง ๆ ดังนั้นอยากจะบอกพอแม่หลาย ๆคน ว่า ทำอะไรใจเย็น ๆ ไม่ต้องให้ลุกมานั่งท่องนะคะเวลาลูกยังจำไม่ได้ แค่อาศํยว่าเดินผ่านของสิ่งนี้กี่ทีก็พูดศัพท์คำนี้ไม่เกินอาทิตอะคะ เค้าซึมไปแล้ว กับประโยคนี้คำศัทพ์คำนี้ และถ้าอยากให้ลูกรู้ว่าสะกดยังไงก็เขียนติดไว้กับเจ้าของสิ่งนั้นหรือว่าภาพภาพนั้นผ่านกี่ทีต้องเจอคำนี้ ทำไม้ทำไมเค้าจะไม่ได้คะ เพียงแต่ใข้เวลาหน่อยค่อย ๆ เดิน คอ่ย ๆ โต แต่ว่ามั่นคงน้า