วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2556

หาไรประดิษฐ์กัน วันหยุด

หายไปนานไม่ค่อยได้มาอับเดท เนื่องจากคุณชายไปโรงเรียนเเล้ว แต่ว่าเสาร์อาทิตย์ ก็ออกเที่ยวตลอดมีอาทิตย์นี้ที่เราอยู่บ้านกัน ม่าม๊าเลยจัดไปประดิษฐ์หาไรทำเหมือนเดิม คราวนี้ได้เว็ปไอเดียใหม่ ๆ ลองดูกันนะคะมีหลายกิจกรรมมากมาย เลือกได้อย่างจุใจแน่นอน แถมได้สอนเป็นภาษาอังกฤษเหมือนเดิม

http://www.kidspot.com.au/kids-activities-and-games/Art-and-Craft+1.htm?utm_source=ActivityCorner&utm_medium=LandingLinks&utm_campaign=kids-activities-and-games

อาทิตย์นี้ประดิษฐ์เจ้าปลาหมึก (ถึงแม้มันจะออกมาประหลาด ๆ เล็กน้อยแต่ว่าก็เอาน่าสวยละ)
อุปกรณ์ก็ของใช้ที่มีอยู
แกนทิชชู่
สี
กรรไกรซฺิกเเซก
กาว
ตาตุ๊กตา(มีหรือไม่มีก็ได้)

(หาอะไรทำง่าย ไม่ลำบากเกินความสามารถแม่ 555)





วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ประสบการณ์ใหม่

วันนี้ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ของเราทั้งครอบครัว จริง ๆ หลังจากทีครูเปิ้ลส่งรูปโชกุนไปให้ที่polyplus เพื่อแคสละครเรื่องใหม่ ตอนเเรกม่าม๊าคิดไว้ว่า ไม่น่าจะโดนเรียกไปแคสหรอกแต่ว่ามาวันนึงทาง โรงเรียนไอดีโอ โทรมาเเจ้งว่าให้ไปแคสนะวันอาทิตย์ ที 5 นี้ ที่ poly plus ม่าม๊ายังคิดโหโชกุนจะเป็นไงนี่ คือจริงไม่ได้ห่วงเรื่องได้ไม่ได้เพราะว่าไมาเคยหวัง แต่่ว่าห่วงว่าไปแล้วลูกจะแบบทรมาน กลัว ทำไม่ได้หรือเปล่า

ปรากฏว่าผิดคาดหมด ไปถึงก็เล่นบริเวณบริษัท แล้วพอเค้าเอาบทมาให้ท่องก็ไม่ยอมท่องแต่ว่าฟัง แล้วก่อนไปม่ามีาบอกอยู่แล้วว่าวันนี้เราไปทำอะไรต้องเจออะไรบ้าง เลยย้ำอีกทีว่าเดี่ยวต้องเข้าไปในห้องกับพี่เค้านะ ไปแสดงให้เค้าดูหรือว่าเค้าให้ทำอะไรก็ทำนะ ม่าม๊าไม่ได้เข้าไปนะ มีพี่พี่ ที่เค้าเป็นเพือนครูเปิ้ล รออยู่  เค้าก็รับรู้ พอเสร็จถึงเวลามีพี่มาจูงเดินเข้าไป ก็ไปด้วยความง่ายเข้าใจไม่มีร้องไม่มีงอเเง( เพราะว่าตอนเเรกใจแป้วเหมือนกันเพราะว่าเห็นเด็กบางคนที่เรามองว่า ต้องคล่องมากแน่เลยเค้าร้องเลยใจแอบเสียนิดหน่อย) ปรากฏเข้าไปสักพัก แล้วก็ออกมา พร้อมหน้าชื่นตาบานสนุกสนาน  ก็ถามคนที่จูงออกมาว่าเค้าจำบทได้ไหม เค้าก็ตอบว่าจำได้แต่ว่าไม่ค่อยมาก เฮ้อเเค่นี้ก็โล่งอกละ เพราะว่าเอาอะไรกับสี่ขวบ แต่ว่าตอนที่เล่าบทให้เค้าฟังทำเหมือนเล่านิทานน่าจะพอจำได้บ้างอย่างทีน้องเค้าบอก) ถือว่างานนี้ผ่านสำหรับม่าม๊า งานแคสผ่านไม่ผ่านไม่ใช่ประเด็นสำคัญตรงที่ว่า โชกุนมีโอกาสเจอประสบการณ์ใหม่ ๆ ซึ่งน้อยคนจะได้มีโอกาส แค่นี้เราก็ถือว่าคุ้มมากเเล้ว

สิ่งได้ม่าม๊าและป่าป๊าได้เรียนรู้ในวันนี้(จริง ๆ ฟังตอนไปเข้าค่าย อัจฉริยะ กับไอดีโอมา ไม่นึกว่าจะได้ใช้จริง และใช้ได้ผลมาก)ไมต้องใช้กับการเเคสงานอย่างเดียวนำไปใช้กับชีวิตจริงก่อนที่ลูกจะต้องทำอะไรใหม่ ๆ ได้สบายเลยอะคะเคยลองเเล้ว
- ก่อนจะทำอะไรใหม่ ๆ บอกลูกก่อนบอกความเป็นจริงที่เป็นเชิงบวก
- ไม่มีการเอาของรางวัลมาล่อใจ เช่นถ้าทำได้จะซื้อของเล่นให้(ไม่เอาของมาล่อเด็ก)
- ไม่พูดพรำเพรื่อ ครั้งเดียวชัดเจนเเล้วพอปล่อยให้เค้าเล่นไปจะได้ผ่อนคลาย
- ไม่ถามลูกว่าจะทำได้หรือไม่ (เพราะว่าถ้าถามจะเกิดอาการว่าเอ้ยเรามีสิทธิ์เลือกว่าจะไม่ทำอะดิ) ที่ไม่ถามเพราะว่าเค้ายังไมได้ลองเลยว่างานแบบนี้เป็นไง ดังนั้นควรเปิดโอกาสใหเค้าไปทำก่อน
- ไม่ถามว่ากลัวไหมกล้าไหม (เพราะว่าถามไปทำให้เด็กประหม่ากังวล)อย่าเอาความกังวลของตนไปยัดให้ลูก
- ให้กำลังใจว่าทำได้ละ

ก่อนไปเราพูดกับลูกว่า
พรุ้งนี้เราจะไปที่ polyplus นะ เค้าเป็นบริษัทสร้างหนังที่มีคนเล่นในทีวี เค้าจะให้โชกุนไปทดลองว่าเล่นบทหนึ่งในหรือเปล่า ถ้าเล่นได้ก็จะได้ไปเล่นแล้วอาม่าจะเห็นโชกุนอยูในทีวี โดยที่ในห้องมีเพื่อนของครูเปิ้ลดูอย่ (พยายามใส่ว่าเพื่อนครูเปิ้ลจะได้รู้สึกว่าไม่ได้เจอคนอื่นที่ไม่คุ้นเคยมากเกินไป)
ม่าม๊าป่าป๊ารอข้างนอก นะครับ จบ
และเมื่อไปถึงก็ไปก่อนเวลาให้เค้าเล่นให้คุ้น เจอเพื่อน ๆ เค้าจะผ่อนคลาย และเห็นว่าคนอื่นก็เดินเข้าไปในห้องนี้ เหมือนกัน เราชี้ชวนให้เค้าดู เเล้วบอกเค้าว่าเดี่ยวพอถึงคิวโชกุนพี่เค้าจะมาพาไปนะ จบ เเล้วเราก็ปล่อยให้เค้าเล่นต่อ
และอีกอย่างที่จะย้ำ คือ เมื่อเค้าออกมาเเล้วอย่าลืมหยอดคำชม ที่เค้าสามารถทำได้ เเล้วก็ดำเนินไปอย่างราบเรียบไม่ต้อง แบบโหชมประหนึ่งว่า ได้รับรางวัลนักเเสดงยอดเยี่ยม

ใจของเราไม่ได้คิดไม่ได้คาดหวังว่าจะให้ลูกเป็นนักแสดงแต่ว่างานแบบนี้ คือสิ่งที่เป็นประสบการณ์สอนให้เค้า ว่าถ้าทำได้ก็ทำมีโอกาสมาก็ทำลองดู ได้เจอคนอื่น ต้องหัดแก้สถานการณ์เจอคนแปลกหน้าบ่อย ๆ เพราะว่าประสบการณ์สั่งสมไปนิด ๆ หน่อย ๆ มีคุณค่ากว่าสิ่งใดทั้งสิ้น

เป็นกำลังใจให้โชกุนเสมอ

วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556

พฤติกรรมหรือคำพูดที่บางที เราอาจจะไม่สบายใจ

วันนี้มาประเด็นในสิ่งที่ตนเองผ่านมาแล้วแต่ว่าถามว่าตอนนั้นก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่วาพอเราเจอคนเยอะขึ้นเราเริ่อรู้ว่า สิ่งที่บางทีดูแล้วไม่สวยใสน่ารักดั่งใจเรานั้น เช่น พวกคำพูด หรือว่าบางทีลูกไปในที่ที่บังเอิญมีคนพูดจาหยาบคายไม่เพราะขึ้นมา แต่ก่อนเคยกังวล แต่ว่าเดี๋ยวนี้ความกังวล ลดดีกรีลงเยอะ คือ ได้เรียนรู้ไปว่า อะไรก็ตามทีเด็กได้ยินและได้ฟังถ้าเราไม่ได้กระทำที่บ้านและไม่ได้สนใจคำพูดเหล่านั้นเด็กไม่ทำตาม แต่ว่าคำทีเด็กจะพูดตามส่วนใหญี่นั้นจะมาจาก พ่อกับแม่ นี่ละ เรากันเองต้องระวังให้ดีเรื่องคำพูด เพราะว่าเค้าจะเลียนแบบทันที ดังนั้นก่อนจะพูดอะไรต้องคิดก่อนพูดเยอะ ๆ หรือว่าโดยเฉพาะพ่อแม่ชอบนินทาคนอื่น อันนี้ระวังนะคะ  เวลาเด็กเจออะไรหรือเจอคนที่เรากล่าวถึง ความลับแตกเเน่ ๆ ถ้าจะกล่าวถึงบุคคลที่สามในเชิงบ่น ๆ หรือติ ๆ ไม่ว่าจะทางรูปพรรณสัณฐาน นิสัยใจคอ ของเค้าเหล่านั้น เคยกรณีลูกเจอกับลูกของเพื่อน ว่าคนอื่นว่าอ้วนน่าเกลียดต่อหน้าคนที่อ้วนเลย คืออันนี้เด็กไม่ผิดมากนะคะในความคิดของเรา แต่ว่าเราจะมองว่าโห พ่อแม่ นี่เป็นคนอย่างไรกันนี่ เพราะว่าอะไรก็ตามที่เด็กแสดงออกมานั้นคืดกระจกเงาสะท้อนพ่อแม่ดีดีนี่เอง ขอเสนอเเนะให้บ่นกันสองคนสามีภรรยา อย่าให้เด็กรับรู้มาก ไม่อย่างนั้น เค้าก็จะซึมซับพฤติกรรมของเรา อันนี้เราสองคนระวังมากเพราะว่าไมอยากให้ลูกซึมซับการช่างพูดถึงคนอื่นวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นแบบอ้วนสูงต่ำดำขาว ล่ำ นาเกลียด  (ถ้าเลือกเกิดได้คงไม่มีใครอยากจะเกิดมาไม่สวยไม่หล่อ)  เพราะว่าเราเองยังไม่ชอบให้ใครมานินทาพูดถึงลับหล้ง
ดังนั้นเราก็อย่าทำให้ลูกเห็นเป็นความเคยชิน
ต้นเเบบที่ดีที่สุดของลูกคือพ่อแม่  เราคงไม่สามารถไปสั่งให้คนทั้งโลกเปลี่ยนแปลงเพื่อลูกเราได้สิ่งที่จะทำได้สมมติในครอบครัวก็คงจะอธิบายให้ฟังว่าถ้าพูดอย่างนี้จะส่งผลอะไรอย่างไร แต่ว่าถ้าเค้าจะไม่เชื่อหรือทำตามมันก็เรื่องของเค้า (แต่ว่าเชื่อว่าในครอบครัวมีความรักความเอื้ออาทรต่อกันน่าจะต้องรับฟังกันก่อนถึงหลักการและเหตุผล) หน้าที่ของเรา คือฉีดวัคซีนให้ลูก เพราะว่าในโลกนี้ คงไม่มีใครมาทำอะไรเพื่อลูกเราคนเดียวได้ และคงไม่มีอะไรที่สวยงามถูกใจเราทุกอยางได้

วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2556

เมื่อเค้าพร้อมเค้าจะไปโรงเรียนอย่างมีความสุขมาก

หลังจากที่พาไปเข้าค่ายที่ Ideo โชกุนต้องอยู่กับเพื่อน ๆ และ ครู ตั้งแต่เช้าจนสี่โมงเย็นแล้วมีกิจกรรมทั้งวันสนุกสนาน ก็เริ่มติดใจ อยากไปโรงเรียน ม่าม๊าเลยพาไปที่โรงเรียน นานาชาติเมธา เป็นโรงเรียนที่เน้นกิจกรรมให้ทำอะไรตามพัฒนาการ แล้วกิจกรรมก็คล้าย ๆกับที่เราทำกันทีบ้าน แต่ว่าคราวนี้ มีเพื่อน ๆ เล่นสนุกด้วยได้ แล้วคนที่นำกิจกรรมคือ คุณครู โรงเรียนนี้ม่าม๊าเล็งไว้ตั้งแต่โชกุนยังเล็ก ซึ่งตอนนั้นยังแค่สองสามขวบเห็นเลยว่าตอนนั้นยังไม่พร้อมเลย ไม่อยากไป ร้องไห้ ดูแล้วทรมานเลยตัดสินใจทำโฮมสคูล ซึ่งตลอดเวลาที่ทำนั้นมีความสุขกันมาก เรามีกิจกรรมกันตลอดและพยายามหากิจกรรมให้ลูก ได้พบปะสนุกสนานกับเพื่อน ๆ ตามวัย การทำโฮใสคูล จริง ๆ เเล้วเราก็ต้องปรับสมดุลย์ดีดีว่า เราสอนเองแต่ว่าเค้าก็ต้องมีสังคมของเค้า เอาแบบพอเหมาะพอดี  เค้าก็จะสามารถอยู่ได้ในสังคมได้อย่างสบาย ๆ ไม่มีปัญหา ซึ่งเค้าไปโรงเรียนในปีนี้เค้ามีความสุขมาก
สรุปม่าม๊ารู้สึกมีความสุขมากทีตนเองเลือกทำโฮมสคูล ลูกมาตั้งแต่ ขวบกว่าจนสี่ขวบแปดเดือน ถึงจะให้เค้าไปโรงเรียน ให้เค้าไปเมื่อเค้าพร้อม สุขทั้งแม่และลูก ลุกก็สุขที่ได้เจอประสบการณ์ใหม่ ๆ แม่ก็สุขที่ลูก แข็งแรงขึ้นพัฒนาขึ้น

การไปโรงเรียนไปแล้วไปอย่างมีความสุข เพราะว่ามีความพร้อมแล้ว พอมาถึงจุดนี้ ม่าม๊าเลยอยากจะบอกอีกหลาย ๆคนที่มีลูกยังเล็กเเล้วรีบให้เข้า โรงเรียนแล้วต้องร้องไห้กระจองงอเเง  สงสารจัง การรีบทิ้งลูกจะสร้าง ให้เด็กแกร่งจริงหรือ แล้วทำไมต้องแกร่ง ทำไมต้องทำตามป้ายประกาศหน้าโรงเรียนว่ารับเด็กตั้งแต่ขวบครึ่ง เอ้าส่งกันเข้าไปตั้งแต่ยังเล็ก ในเมื่อเค้ายังต้องการครอบครัวต้องการแม่เราอยู่ไปก่อนก็น่าจะดีนะ เราน่าจะเป็นคนฝึกเค้าเองดีกว่านะตอนเล็ก ๆ เพราะว่าเราเลี้ยงเค้ามาเองรู้ทางเค้า แต่ในกรณี เด็กบางคนไปได้เร็ว นั้นก็อีกเรื่อง หรือเด็กบางคนอยู่บ้านไม่มีอะไรทำจริง ๆ ดูทีวี อย่างเดียวก็ไปเถอะ แต่ว่าม่าม๊าเเนนจะบอกว่าเด็กเล็กเรามีกิจกรรมเยอะมากที่ครอบครัวคนเลี้ยงสามารถ ทำร่วมได้กับเค้า

สวนเรื่องโฮมสคูลเราเองก็ตั้งใจจะสอนลูกเองมีกิจกรรมกับลูกเหมือนเดิมเพียงแต่แค่เปลี่ยนวันมาโฮมสคูลกันในวันเสาร์อาทิตย์ แต่กะไว้ว่ากิจกรรมจะให้เค้าเป็นคนดำเนินเพราะว่าเค้าไปโรงเรียนมาละ เค้าทำกิจกรรมหลายอย่างจะให้เค้าลองมาบอกมาสอนเราบ้างสิว่าเค้าทำอะไรยังไง
การส่งลูกไปโรงเรียนแล้วยังไงเราก็ยังต้องมีกิจกรรมกับเค้าในวันที่เค้าหยุดเพื่อเด็กจะได้เพลิดเพลิน และสมองเค้าจะได้คิดนั้นคิดนีในเชิงสร้างสรรค์ สนุกดีออก
เอาภาพที่ไปโรงเรียนมาฝากกันคะ



วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556

กิจกรรมเล่นเปียโน

สรุปว่า ม่าม๊าก็ได้ครูทีสอนเปียโนโชกุนเเล้ว ที รร kpn มาดูกันดีกว่าว่าเพลงเเรกเป็นอย่างไร ก็ต้องฝึกซ้อมกันตอไป เรียนแล้วดีจริงดีจังเรียนดนตรีทำให้ลูกมีสมาธิดี แล้วก็มีความอดทนทีจะซ้อมด้วยตอนนี้เลยชอบซ้อมทุกวัน ทำให้เค้ารู้สึกว่าเค้าต้องรับผิดชอบนะต้องซ้อมเพือไปเล่นให้ครูฟังเหมือนส่งการบ้านคุณครู

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2556

ความคืบหน้าของการเล่นดนตรี

อาทิตย์ที่สองที่เราสองคนเล่นดนตรี โดยม่าม๊าสอนเอง โชกุนเล่นมือคีย์บอร์ดได้โดยมือขวาได้เเล้วหนึ่งเพลงแต่ว่าวางนิ้วยังคงมีผิดบ้างเล็กน้อยไม่ว่ากัน (เพราะว่านิ้วยังสั้นอยู่อาจจะยังไม่ถนัดและอาจจะยังไม่เเม่นมาก)
 มาม๊าชอบมากเลยช่วงนี้คือโชกุนมีกิจกรรมทำเพิ่มขึ้นเวลากลางวันที่ออกไปเล่นข้างนอกไม่ได้จริง ๆ มันร้อนมาก ก็มีมานั่งเล่นคีย์บอร์ดได้อยู่นาน แถมดูจดจ่อดีด้วยเพลิน ๆ ดี (แต่ว่าม่าม๊านี่สิต้องปัดฝุ่นอย่างเยอะและต้องนั่งเรียนรู้เพิ่มอีกเเยะแต่ว่าก็สนุกดี )

เพลงเเรกที่เล่นคือ rain rain go away จริง ๆที่มาเล่นเพลงนี้ก่อนเลยเพราะว่าเห็นม่าม๊านั้งเล่นเลยอยากเล่นบ้าง ได้ผลมากดังนั้นอยากให้ลูกทำอะไรต้องทำให้ได้ก่อน
ลองมาชมกันนะครับ


วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2556

มาทำครีมกันแดดใช้เองกันเถอะ(ถูกกว่าเยอะ) คิคิ

วันที่ 5 มีนาคม
เราสองคนก็มีอีกกิจกรรมคือ ผลิตครีมกันแดดใช้เองโดยโชกุนเป็นผู้ช่วยม่าม๊า งานนี้ได้ช่วยตวง และยังรู้จักส่วนผสมอีกด้วย ช่วยทำจนจบกระบวนการ
เราก็มีครีมกันแดดใช้เอง ไม่มีสารกันเสียส่วนผสมมาจากธรรมชาติด้วยม่าม๊าเอาสูตรมาจากเว็ปนี้
http://wellnessmama.com/2558/natural-homemade-sunscreen-recipe/

ตอนเเรกม่าม๊าก็งงว่า ในส่วนผสมมันมี zinc oxide อยากรู้ว่ามันคืออะไรพอไปสืบมาเลยเข้าใจละพอศึกษาหลาย ๆ เว็ปไม่ว่าจะเป็นเว็ปนี้
http://www.neramid.com/Blog/Detail/20
http://www.badgerbalm.com/s-33-sunscreen-zinc-nanoparticles.aspx
http://organicpassion.info/zinc-oxide-sunscreen-vs-titanium-oxide-sunscreen/

เป็นอันว่าเข้าใจง่าย ๆว่ามันปลอดภัยกว่าเเละเราก็สามารถทำเองได้ด้วย ดีมากตรงนี้ละไม่ต้องไปซื้อเเล้วเราสองเเม่ลูก