วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การย้ายโรงเรียนกับทักษะอ่านเขียน

เดิมทีโชกุนเป็นเด็กที่ม่าม๊าสอนหนังสือเองสอนประสบการณ์นั้นนี่เองอยู่บ้านระยะนึง เพราะว่าม่าม๊าคิดว่าอยากจะใกล้ชิดลูกอยากให้พร้อมก่อนเเล้วค่อยไปโรงเรียน ม่าม๊าก็คิดว่าวิธีที่ม่าม๊าทำโอเคนะ เพราะว่าเมื่อถึงเวลาโชกุนอยากไปเองก็ไปแบบง่ายมากไม่มีการร้องห่อร้องไห้เลยสักครั้ง จนวันนึงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนคือการย้ายมาเรียนโรงเรียนที่เรียกว่าน่าจะแนวเน้นวิชาการซะด้วยซ้ำตอนแรกม่าม๊ากังวลมากถึงมากที่สุดโอย ตายแน่ ๆลูกเราไม่ได้เรียนมาแนวอ่านเขียนจะทรมานมากไหม
ลูกเราจะเป็นไงนี่ ไม่เคยเรียนโรงเรียนที่ นักเรียนในห้องเยอะขนาดนี้มาก่อนจะรอดมั้ยนี่ สารพัดสารเพในความกังวล แต่แล้วลหายสิ่งก็คลี่คลาย จากที่กังวลว่าลูกจะเรียนไม่ได้ลูกจะรอดไหม
ปรากฏว่าลูกเรียนรู้เรื่องผลสอบออกมามีสองคะแนนเท่านั้นคือ เกือบเต็มกับเต็ม ทั้งทีม่าม๊าก็ไม่ได้ให้เรียนพิเศษ มีแต่ม่าม๊าสอนการบ้านเองแล้วจะติวเองทบทวนวันละข้อสองข้อเท่านั้น เลยคิดเอาว่าถ้าเด็กเค้ามีความสุขความพร้อมด้านต่างๆ จะตามมาเอง
 เรื่องเพื่อนเรื่องสังคมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงจากเรื่องนี้ทำให้ม่าม๊าได้เรียนรู้อีกสิ่งหนึ่งก็คือ
ถ้าเราเลี้ยงลูกมาอย่างใกล้ชิดถูกทางลูกเราจะปรับตัวง่าย และไม่มีปัญหาในการปรับตัว



















ส่วนเรื่องอ่านเขียนเมื่อวัยพร้อมที่จะอ่านเขียนเด็กก็เริ่มสนใจอยากรู้ให้เราช่วยสะกดเองทุกอย่างอย่าฝืนธรรมชาติพัฒนาการของวัยอะไรๆมันก็ง่ายจริงๆ ตอนนี้เริ่มอ่านได้เยอะขึ้นอ่านเป็นประโยคได้ หนังสือที่แนะนำให้ซื้อมาสอนอ่านกับลูกเลยนะคะ รูปด้านล่างคะ อ่านไปวันละนิดจิตแจ่มใสทั้งแม่และลูก
หาซื้อได้ตามร้านขายหนังสือทั่วไป ราคาถูกแยกสระชัดเจน ลองใช้สอนลูกคะแค่วันละหน้าก็พอคะ

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

sew a pillowcase by SHOGUN

กิจกรรมเย็บปลอกหมอน
เป็นกิจกรรมง่าย ๆ มีขั้นมีตอนให้เรียนรู้ สั้น ๆ และได้ฝึกใช้สมาธิในการทำ
สิ่งที่ต้องเตรียม
ผ้าลายน่ารัก ๆ อาจจะให้เจ้าตัวมีส่วนร่วมในการเลือกก็ดีนะคะ แต่ว่าอันนี้พอดีแม่ทำผ้าม่านเหลือเลยเสนอไอเดียกันว่ามาทำปลอกหมอนกันดีกว่า
คราวนี้เราก็ช่วยกันวัดขนาด เค้าก็จะเห็นขั้นตอนการทำ วัด ตัด และแม่ก็เตรียมรีดขอบ เพื่อให้เค้าเย็บได้ง่าย ๆ คราวนี้ก็สอนให้เย็บ ขั้นตอนนี้โชกุนชอบ ตั้งใจทำใจจดจ่อดี
กิจกรรมนี้ดีตรงที่ว่าใช้เวลาไม่นาน และของเค้าได้ใช้จริง ๆ และเหมือนเดิมเราก็เติมภาษาอังกฤษไปในกิจกรรมเล็กๆน้อยๆ ถ้าเราไม่มีไอเดียก็ดู ๆใน website มาก่อน
 แม่แนนใช้อันนี้  http://www.kids-sewing-projects.com/how-to-sew-a-pillowcase.html
อย่างน้อย ๆ กิจกรรมนี้ได้แน่ ๆ สามคำ rectangle, sew, pillowcase



วันพุธที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2557

After school activity~almond slice cookie bar

After school activity by Mama nan

หลังจากที่ห่างหายไปนานแสนนาน เพราะว่าด้วยความที่ยุ่งกันทั้งแม่และลูกไมได้อับเดทบล็อคเรามาจะเป็นปีแล้วมั้งนี งานมาม๊าก็วุ่นแถมตารางโชกุนก็ยุ่ง  เรากลับมาประเดิมด้วยกิจกรรมหลังเลิกเรียนด้วย ทำอาหารง่ายๆ กันดีกว่าวันนี้เรามาเริ่มด้วย almond slice cookie bar เพราะว่าซื้อกินนั้นแสนแพงม่าม๊าลองมาอ่านวิธีการทำมันไม่เห็นจะมีอะไรยาก เรามาลุยกันเองเลยดีกว่า

ส่วนผสมทั้งหมด 







แป้งเค้ก ในส่วนนี้ม่าม๊าเลือกใช้แป้งที่ทำมาจากข้าวหอมมะลิคนไทย ที่เค้านำมาดัดแปลงเป็นแป้งใช้แทนแป้งสาลีแป้งเค้ก สำหรับเด็กที่แป้งแป้งสาลี อันนี้นาจะเป็นตัวเลือกที่ดี ที่สำคัญของคนไทย ม่าม๊าแนนซื้อมาจากที่ร้าน golden place คะ

อัลมอนล์สไลน์  ประมาณ ครึ่งถ้วย

เนยเค็ม 75  กรัม

น้ำตาล 75 กรัม (ถ้าชอบหวานน้อยก็ลดลงก็ได้นะคะ)

ผงวนิลา  1 ชช

ไข่ขาว 1 ฟอง

ขั้นตอนการทำ

ร่อนแป้งและผงวนิลารวมกัน 


 แล้วเราก็ละลายเนยและน้ำตาลเข้าด้วยกัน ด้วยไฟกลางๆ  พอละลายหมดยกลงรอให้อุ่น ๆ







เทไข่ใส่เนยกับน้ำตาลทีเราละลายเเล้ว คน ๆ ให้เข้ากัน ใส่แป้ง ใส่อัลมอนล์หลังจากนั้นพักในตู้เย็นสักพัก









แล้วเอากระดาษไขรองทีถาดทาเนยเล็กน้อยแล้วก็ปาดแป้งที่เราเตรียมเสร็จแล้วให้บาง ๆ หลังจากนั้นเข้าเตาอบ 



รอประมาณ สิบห้าถึงยี่สิบนาทีที่ความร้อน 150 c รีบเอาออกมาและแคะออกจากกระดาษแล้วนำมาตัดในช่วงเวลานี้เพราะว่ายังนิ่มอยู่เราจะตัดแบ่งได้ ผึ่งไว้สักพักรอเย็นจะได้อัลมอนล์สไลน์กรอบ ๆกรุบ ๆ แบบโฮมเมด ด้วยฝีมือเราเอง เย้ อรอย ทำเองได้ ไม่ต้องซื้อแพง ๆ 

:) แนะนำให้สอนลูกเป็นภาษาอังกฤษไปด้วยในขั้นตอนและบอกถึงส่วนผสมให้ลูกฟัง เค้าจะซึมซับ ๆไปเองว่าอะไรคืออะไรโดยที่ผ่านกิจกรรมสนุก ๆจำไม่ได้วันนี้วันหน้าก็จำได้เองถ้าเราทำกิจกรรมบ่อยๆ 



วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ด.ช.อิสระ กับกิจกรรมวันปิดเทอม

ตอนเเรกม่าม๊าคิดว่าปิดเทอมคงจะไม่ให้ทำอะไรที่ไหนคงจะมีกิจกรรมที่บ้านแทน
 แต่ คุณอิสระ ขอไปเข้าค่ายนั้นนี่ ขอไปเรียนนั้นนี่ เราจึงมีโอกาสทำกิจกรรมกันอาทิตย์เดียวก่อนโรงเรียนเปิดทำกิจกรรมวันปิดเทอม
กิจกรรมของโชกุนก็เดิม ๆ คือ อะไรที่พ่อแม่ทำ โชกุนก็จะได้ทำไปด้วย ช่วงโชกุนหยุดช่ววงนี้เป็นช่วงที
ป๊าเค้าจะเตรียมปลูกข้าว พอดี ดังนั้น เราได้แรงงานสำคัญคือ ด.ช. อิสระ นั้น เอง
ประโยชน์ของกิจกรรมเตรียมดินเพาะข้าว และช่วยเพาะ ข้าว ก็คือ ได้รู้ขั้นตอนจากการลงมือปฎิบัติจริง และฝึกความอดทนในการนั่งหยอดข้าว ลงในถาดเพาะ เพราะว่าป่าป๊าให้หยอดหลุมละเม็ด ปวดหลังกันไปตาม ๆกัน  นอกจากนั้นก็สอนเลข สอนภาษาอังกฤษได้พูดๆ ไปสอนไปตอนทำ ดีจะตาย เรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรม
มาชมรูปกันดีกว่า









วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2556

เรื่องราวดีดี เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ

หายไปน้านนาน นานแสนนานมาโผลได้สักทีวันนี้ พอดีย้ายไปอยู่อีกที่แล้วโน๊ตบุคใช้อินเตอร์เน็ตไมได้ ก็ยังงงตัวเองว่าทำไมไม่พิมพ์ใส่word ไว้ก่อนนะ คราวนี้ไม่เอาละไม่ิทิ้งเรื่องราวอะไรที่ควรบันทึกละจะพิมพ์ใส wordไว้ก่อนแล้วค่อยมาก้อปใส่blogตอนที่คอมใช้อินเตอร์เน็ตได้ (ดูกันดารเนาะ)
 หัวข้อวุนนี้คือเรื่องราวดีดีเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ
ตลออดเวลาถ้าได้อ่านบล็อคจะพอรู้ว่าม่าม๊าสอนโชกุนเป็นภาษาอังกฤษพยายามพูดกับลูกเป็นภาษาอังกฤษ พยายามหาครู้ฝรั่งให้โชกุนได้มีโอกาสพูด แต่ว่าทำไปโโยไม่ได้คาดหวังว่าต้องเป๊ะต้องได้แคทำไปทุกวันเหมือนหยอดกระปุก แล้ววันที่มาม๊าเริ่มรู้ละว่าปลูกอะไรได้อย่างนั้นก็มาถึงวันที่เห็นโชกุนสื่อสารกับครูต่างชาติเองโดยไม่มีม่าม๊า วันที่เห็นโชกุน พูดจาโต้ตอบกับชาวต่างชาติได้โดยไม่ต้องคิดแปล (เพระาว่าตลอดเวลาไม่ได้สอนให้ลูกแปล) การสอนเเบบนี้ธรรมชาติจริงๆ ดีใจทีลูกไมได้มีวิธีคิดทางการพูดภาษาอังกฤาเหมือนเราคือเราต้องแปลก่อนในหัว แต่ว่านีเค้าสามารถแยกได้เลย
การทำแบบนี้ดีจริง ๆ จะบอกพ่อแม่หลาย ๆคนว่า สอนไปเถอะคะสอนไปเรื่อย ๆ อย่าหวังผล ทำไป อะไรที่ว่าน่าจะดีกับลูกเรา ไม่รู้สิถึงลูกไม่ได้สำเนียงฝรั่งจ๋า แต่ว่าลุฏสามารถสื่อสารให้ฝรั่งเข้าใจ นั้นคือสิ่งที่วางแผนไว้คือต้องการให้เค้ารู้สึกว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่สิ่งประหลาดและน่ากลัว
และจะบอกว่าทักษะของการเขียนและการจำคำศํพท์ที่โรงเรียนโชกุนไม่ได้สอนให้อ่านเขียนแต่ว่าจะเขียนเป็นคำไปเลยปรากฏลูกจำได้ วันนึงเค้าวาดรูปต้นไม้แล้วเขียนว่า tree เราก็ยังคิดใครบอกให้เขียนเหรอลูก เค้าบอกว่าเปลาเค้าจำได้ (เรายิ่งมั่นใจในวิธีแบบนี้อะวิธีที่สอนนะแต่ว่าเหมือนไม่ได้สอน

หลังจากภาษาอังกฤษขอมาต่อเรื่องของภาษาจีน
โรงเรียนที่ลูกไปเข้ามีการสอนภาษาจีนแบบธรรมชาติวิธีการสอนเหมือนที่เราสอนภาษาอังกฤษลูกที่บ้านสอนไปเรื่อย ๆ ปรากฏว่าโชกุนได้ภาษาจีนมาเยอะมาก ครูบอกว่า เค้าเรียนรู็้คำศํพท์เร็วมากและกล้าที่จะพูดภาษาจีนกับครู เราเลย ดีใจจัง สงสัยอาจจะเป็นเพราะว่า เราสอนเค้าวิธีนี้อยู่เเล้ว เวลาไปเจอภาษาอะไรใหม่ ๆ เค้าเลยเปิดรับได้ดี

สรุป อะไรที่เป็นวิธีธรรมชาติ ในความคิดของเรานะคะ คือ ช้าหน่อยแต่ว่าซึมซับดีเยี่ยมจริง ๆ ดังนั้นอยากจะบอกพอแม่หลาย ๆคน ว่า ทำอะไรใจเย็น ๆ ไม่ต้องให้ลุกมานั่งท่องนะคะเวลาลูกยังจำไม่ได้ แค่อาศํยว่าเดินผ่านของสิ่งนี้กี่ทีก็พูดศัพท์คำนี้ไม่เกินอาทิตอะคะ เค้าซึมไปแล้ว กับประโยคนี้คำศัทพ์คำนี้ และถ้าอยากให้ลูกรู้ว่าสะกดยังไงก็เขียนติดไว้กับเจ้าของสิ่งนั้นหรือว่าภาพภาพนั้นผ่านกี่ทีต้องเจอคำนี้ ทำไม้ทำไมเค้าจะไม่ได้คะ เพียงแต่ใข้เวลาหน่อยค่อย ๆ เดิน คอ่ย ๆ โต แต่ว่ามั่นคงน้า

วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2556

หาไรประดิษฐ์กัน วันหยุด

หายไปนานไม่ค่อยได้มาอับเดท เนื่องจากคุณชายไปโรงเรียนเเล้ว แต่ว่าเสาร์อาทิตย์ ก็ออกเที่ยวตลอดมีอาทิตย์นี้ที่เราอยู่บ้านกัน ม่าม๊าเลยจัดไปประดิษฐ์หาไรทำเหมือนเดิม คราวนี้ได้เว็ปไอเดียใหม่ ๆ ลองดูกันนะคะมีหลายกิจกรรมมากมาย เลือกได้อย่างจุใจแน่นอน แถมได้สอนเป็นภาษาอังกฤษเหมือนเดิม

http://www.kidspot.com.au/kids-activities-and-games/Art-and-Craft+1.htm?utm_source=ActivityCorner&utm_medium=LandingLinks&utm_campaign=kids-activities-and-games

อาทิตย์นี้ประดิษฐ์เจ้าปลาหมึก (ถึงแม้มันจะออกมาประหลาด ๆ เล็กน้อยแต่ว่าก็เอาน่าสวยละ)
อุปกรณ์ก็ของใช้ที่มีอยู
แกนทิชชู่
สี
กรรไกรซฺิกเเซก
กาว
ตาตุ๊กตา(มีหรือไม่มีก็ได้)

(หาอะไรทำง่าย ไม่ลำบากเกินความสามารถแม่ 555)





วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ประสบการณ์ใหม่

วันนี้ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ของเราทั้งครอบครัว จริง ๆ หลังจากทีครูเปิ้ลส่งรูปโชกุนไปให้ที่polyplus เพื่อแคสละครเรื่องใหม่ ตอนเเรกม่าม๊าคิดไว้ว่า ไม่น่าจะโดนเรียกไปแคสหรอกแต่ว่ามาวันนึงทาง โรงเรียนไอดีโอ โทรมาเเจ้งว่าให้ไปแคสนะวันอาทิตย์ ที 5 นี้ ที่ poly plus ม่าม๊ายังคิดโหโชกุนจะเป็นไงนี่ คือจริงไม่ได้ห่วงเรื่องได้ไม่ได้เพราะว่าไมาเคยหวัง แต่่ว่าห่วงว่าไปแล้วลูกจะแบบทรมาน กลัว ทำไม่ได้หรือเปล่า

ปรากฏว่าผิดคาดหมด ไปถึงก็เล่นบริเวณบริษัท แล้วพอเค้าเอาบทมาให้ท่องก็ไม่ยอมท่องแต่ว่าฟัง แล้วก่อนไปม่ามีาบอกอยู่แล้วว่าวันนี้เราไปทำอะไรต้องเจออะไรบ้าง เลยย้ำอีกทีว่าเดี่ยวต้องเข้าไปในห้องกับพี่เค้านะ ไปแสดงให้เค้าดูหรือว่าเค้าให้ทำอะไรก็ทำนะ ม่าม๊าไม่ได้เข้าไปนะ มีพี่พี่ ที่เค้าเป็นเพือนครูเปิ้ล รออยู่  เค้าก็รับรู้ พอเสร็จถึงเวลามีพี่มาจูงเดินเข้าไป ก็ไปด้วยความง่ายเข้าใจไม่มีร้องไม่มีงอเเง( เพราะว่าตอนเเรกใจแป้วเหมือนกันเพราะว่าเห็นเด็กบางคนที่เรามองว่า ต้องคล่องมากแน่เลยเค้าร้องเลยใจแอบเสียนิดหน่อย) ปรากฏเข้าไปสักพัก แล้วก็ออกมา พร้อมหน้าชื่นตาบานสนุกสนาน  ก็ถามคนที่จูงออกมาว่าเค้าจำบทได้ไหม เค้าก็ตอบว่าจำได้แต่ว่าไม่ค่อยมาก เฮ้อเเค่นี้ก็โล่งอกละ เพราะว่าเอาอะไรกับสี่ขวบ แต่ว่าตอนที่เล่าบทให้เค้าฟังทำเหมือนเล่านิทานน่าจะพอจำได้บ้างอย่างทีน้องเค้าบอก) ถือว่างานนี้ผ่านสำหรับม่าม๊า งานแคสผ่านไม่ผ่านไม่ใช่ประเด็นสำคัญตรงที่ว่า โชกุนมีโอกาสเจอประสบการณ์ใหม่ ๆ ซึ่งน้อยคนจะได้มีโอกาส แค่นี้เราก็ถือว่าคุ้มมากเเล้ว

สิ่งได้ม่าม๊าและป่าป๊าได้เรียนรู้ในวันนี้(จริง ๆ ฟังตอนไปเข้าค่าย อัจฉริยะ กับไอดีโอมา ไม่นึกว่าจะได้ใช้จริง และใช้ได้ผลมาก)ไมต้องใช้กับการเเคสงานอย่างเดียวนำไปใช้กับชีวิตจริงก่อนที่ลูกจะต้องทำอะไรใหม่ ๆ ได้สบายเลยอะคะเคยลองเเล้ว
- ก่อนจะทำอะไรใหม่ ๆ บอกลูกก่อนบอกความเป็นจริงที่เป็นเชิงบวก
- ไม่มีการเอาของรางวัลมาล่อใจ เช่นถ้าทำได้จะซื้อของเล่นให้(ไม่เอาของมาล่อเด็ก)
- ไม่พูดพรำเพรื่อ ครั้งเดียวชัดเจนเเล้วพอปล่อยให้เค้าเล่นไปจะได้ผ่อนคลาย
- ไม่ถามลูกว่าจะทำได้หรือไม่ (เพราะว่าถ้าถามจะเกิดอาการว่าเอ้ยเรามีสิทธิ์เลือกว่าจะไม่ทำอะดิ) ที่ไม่ถามเพราะว่าเค้ายังไมได้ลองเลยว่างานแบบนี้เป็นไง ดังนั้นควรเปิดโอกาสใหเค้าไปทำก่อน
- ไม่ถามว่ากลัวไหมกล้าไหม (เพราะว่าถามไปทำให้เด็กประหม่ากังวล)อย่าเอาความกังวลของตนไปยัดให้ลูก
- ให้กำลังใจว่าทำได้ละ

ก่อนไปเราพูดกับลูกว่า
พรุ้งนี้เราจะไปที่ polyplus นะ เค้าเป็นบริษัทสร้างหนังที่มีคนเล่นในทีวี เค้าจะให้โชกุนไปทดลองว่าเล่นบทหนึ่งในหรือเปล่า ถ้าเล่นได้ก็จะได้ไปเล่นแล้วอาม่าจะเห็นโชกุนอยูในทีวี โดยที่ในห้องมีเพื่อนของครูเปิ้ลดูอย่ (พยายามใส่ว่าเพื่อนครูเปิ้ลจะได้รู้สึกว่าไม่ได้เจอคนอื่นที่ไม่คุ้นเคยมากเกินไป)
ม่าม๊าป่าป๊ารอข้างนอก นะครับ จบ
และเมื่อไปถึงก็ไปก่อนเวลาให้เค้าเล่นให้คุ้น เจอเพื่อน ๆ เค้าจะผ่อนคลาย และเห็นว่าคนอื่นก็เดินเข้าไปในห้องนี้ เหมือนกัน เราชี้ชวนให้เค้าดู เเล้วบอกเค้าว่าเดี่ยวพอถึงคิวโชกุนพี่เค้าจะมาพาไปนะ จบ เเล้วเราก็ปล่อยให้เค้าเล่นต่อ
และอีกอย่างที่จะย้ำ คือ เมื่อเค้าออกมาเเล้วอย่าลืมหยอดคำชม ที่เค้าสามารถทำได้ เเล้วก็ดำเนินไปอย่างราบเรียบไม่ต้อง แบบโหชมประหนึ่งว่า ได้รับรางวัลนักเเสดงยอดเยี่ยม

ใจของเราไม่ได้คิดไม่ได้คาดหวังว่าจะให้ลูกเป็นนักแสดงแต่ว่างานแบบนี้ คือสิ่งที่เป็นประสบการณ์สอนให้เค้า ว่าถ้าทำได้ก็ทำมีโอกาสมาก็ทำลองดู ได้เจอคนอื่น ต้องหัดแก้สถานการณ์เจอคนแปลกหน้าบ่อย ๆ เพราะว่าประสบการณ์สั่งสมไปนิด ๆ หน่อย ๆ มีคุณค่ากว่าสิ่งใดทั้งสิ้น

เป็นกำลังใจให้โชกุนเสมอ