วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555

ทำบ้านไก่

กิจกรรมยามว่างของเราสองคน ประดิษฐ์นั้นนี้เเล้วก็เล่านิทาน วันนี้เป็นบ้านไก่ นั่ง ๆ กันอยู่มีอุปกรณ์เลยมาประดิษฐ์กัน ให้โชกุนเลี้ยงพี่ไก่จากการเล่นวันนี้โชกุนก็ได้เรียนรู้ส่วนต่าง ๆของไก่ ตอนเเรกก็ประดิษฐ์ด้วยกันอยู่หรอกพอหลัง ๆ ม่าม๊าทำดีกว่าโชกุนจะรอเล่นอย่างเดียว ไม่ว่ากันคราวหน้าเราก็จะประดิษฐ์อย่างอื่นกันอีกทำให้เหมือนฟาร์มเลย เอาไว้เล่นกัน กิจกกรรมนี้ลูกสามารถเล่นสมมติเลี้ยงไก่ หรือว่า เล่านิทานจากการเล่นของเค้า เค้าก็จะทำตามเรื่องตามราวในสิ่งที่เค้าอยากจะนึกจะคิดออกมาเเม่ก็เป็นคนเล่นด้วยไปกับเค้านั้นเอง สนุกกันไปอีกแบบได้เล่นแบบนี้อีกครั้ง

วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554

อีกหน่อยผู้ใหญ่จะสอนเด็กยังไงว่าไม่ให้ติดเกมติดคอม

ธรรมดาการวิจัยก็ได้มีการสำรวจออกมาเเล้วว่าเด็กไทยอ่านหนังสือน้อยมากถึงมากที่สุด เเล้วตอนนี้มีเจ้าเทคโนโลยี tablet คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงปรีดสส มาอีก ใคร ๆ ก็ติดใจเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์เเบบนี้กัน สะดวกรวดเร็ว ปานสายฟ้า มีทุกสิ่งหวานหอมอยู่ในนั้น จะเอาอะไรละ ทุกสิ่งให้เลือกสรรมากมายจริงๆ ฟังดูแล้วมันมีแต่สิ่งดีดีเลิศ ๆ ทั้งนั้นเลย แต่ว่าผู้ใหญ่สมัยนี้ไปไหนก็ติดไอ้เจ้า ipad tablet อะไรกันไปหมด ว่างก็เอาละพกกันขึ้นมาบางคนติดมากนั่งก้มหน้าก้มตากันอยู่ในจอสี่เหลี่ยมๆ อันนี้ เด็กน้อยวันนี้มีตัวเเบบที่ดีกันเเล้ว ทุกคนมีคนละเครื่อง เมื่อว่างปึ๊บก็จะหยิบขึ้นมาป้๊บ แล้วก็ชี้ชวนให้เด็กหันมาเล่นกันนะจ๊ะ มี apps มากมายนะฝึกสมองขั้นเทพ แต่ว่าอยู่ในจอสี่เหลี่ยมนี่นะ ดูในนี้นะ พอเด็กติดเเล้วจะห้ามเด็กสอนเด็กกันได้อย่างไรละนี่ ก้ตัวเองยังติดกันเลยน่าเป็นห่วงมาก

มีคนคัดค้านเราสองคนมากมายว่าประสาทโอเวอร์ ทำไมไม่ให้ลูกตามโลกที่ทันสมัย อีกไม่นานลูกต้องโง่ ตามคนอื่นไม่ทันแล้วมานั่งด่าเราสองคนว่าทำไมไม่ให้เล่นสิ่งพวกนี้ เราสองคนยอมให้ลูกโง่ในสายตาคนอืนที่ว่าเราดีกว่าเพราะว่าเหตุผลดังต่อไปนี้

1 ถ้าเราเลี้ยงลูกไปเปิดคอมไปเล่นไป นั้นคือเราไม่ใสนใจลูกเเล้วความสนใจลดลงทันที เด็กไม่ใช่ศูนย์กลางอีกต่อไป และ เด็กก็จะซึมซับวิถีของพ่อแม่ว่าวัน ๆ สองคนนี้ก้เล่นแต่เกมคอมเล่นเน็ต ดูทีวีด้วย

2 เราสองคนไม่ชอบให้ลูกเห็นโลกกว้าง ๆ มาย่อในจอสี่เหลี่ยมเเคบ ๆ นี้ ความจริงมันจะสนุกมากถ้าเค้าได้ออกไปสัมผัสจริง ๆ ทดลองจริงๆ

3 เราสองคนไม่ต้องการให้ลูกติดเกม ตืดสื่อ ยังไม่เคยเห็นเด็กคนไหนได้เล่นเเล้วไม่ติดอย่าว่าเเต่เด็กเลยเราเอง
แก่ ๆ กันเเล้วยังติดเลย

4 ไม่มีความจำเป็นที่ต้องมาใช้คอมพิวเตอร์เป็นตั้งเเต่อายุยังไม่ถึงห้าขวบ เพราะว่าควรจะใช้มือไปทำอย่างอื่นมากกว่าในการฝึกกล้ามเนื้อมือให้เเข็งเเรง ได้ฝึกหรือยังการตัดกระดาษ ฝึกเล่นแป้งโด ฝึกร้อยลูกปัด ฝึกติดกระดุม มากมายหลายสิ่ง ไปฝึกกันให้คล่องก่อน น่าจะดีกว่า จะได้พร้อมทำงานได้หลากหลายไม่ใช่ทำเป็นแต่ คลิก ๆ กด ๆ เด็กวัยนี้ยังคงไม่ต้องหาข้อมูลใน google มาทำรายงานมั้ง

5 ถ้าจะโง่เพราะว่าไม่ได้เล่นอินเตอร์เน็ต เรายอมดีกว่า เพราะว่าเราไม่อยากได้คนฉลาดที่ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นนอกจากการจมอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ งั้นคนโบราณที่เค้าประดิษฐ์สิ่งมหัศจรรย์ขึ้นมาได้มากมายเค้าได้มาจากไหน google ก็ไม่มี ก็เค้าใช้สมองของเค้าคิดค้นคว้าจากหนังสือ และลงมือทำทดลองไปเรื่อย ๆ จนสำเร็จ ใช่แต่ว่าโชคดีที่คนสมัยนี้มันมีอินเตอร์เน็ตเราจะค้นคว้าอะไรก็ง่ายมีประโยชน์แต่ว่านั้นหมายถึงสำหรับผู้ใหญ่แล้วไม่ใช่เด็กเล็กสำหรับผู้ใหญ่มันดีมากในการค้นคว้าข้อมูลเเละนำไปต่อยอดซึ่งดีมากสำหรับผู้ใหญ่และเด็กที่โตเเล้วต้องค้นคว้าหาข้อมูล เด็กเล็ก ๆ หนังสือยังอ่านไม่ออกเลยจะให้ค้นคว้าอะไรจากในจอนี้ จะบอกว่าก็ให้เล่นเกมพัฒนาทักษะจากในคอมสิจะได้อ่านหนังสือออกเร็ว ๆ ย้ำคำเดิมว่า ไม่เป็นไรขอไปตามวัยดีกว่า ถ้าจะต้องใช้สื่อการสอนจริง ๆ ทำเองได้ ไม่ชอบพึ่งพาเทคโนโลยีแบบนั้นให้กับลูก และไม่เคยกลัวว่าลูกจะใช้คอมไม่เป็นคอมสมัยนี้ใช้ง่ายมากกว่าเดิมเยอะ สมัยเราสองคนเล็ก ๆ ก็ไม่มีอินเตอร์เน็ตไม่มีคอมใช้ก็เติบโตมาใช้คอมพิวเตอร์เป็นไม่เห็นมีไรน่าตกใจเลย

ทั้งหมดนี้แค่ส่วนนึงที่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวเรื่องเทคโนโลยีกับเด็กเล็กไม่ใชหมายความว่าลูกเข้าสู่วัยที่่ต้องหาข้อมูลเราจะไม่ให้ใช้ แต่ว่าเราสองคนจะให้ในเวลาที่เหมาะสม ของมันจะดีมากเลยถ้ามาเวลาที่เหมาะสม สิ่งสำคัญเวลานี้ตอนนี้คือให้ความสุขกับลูก และ พัฒนาทางร่างกายให้พร้อมรวมถึงปล่อยสมองให้คิดจินตนาการ เรียนผ่านการเล่นบูรณาการได้หลากหลายเด็กชอบเเละรักที่จะเรียนรู้ สอนเด็กเล็กต้องคำนึงถึงความสุขที่จะได้เรียนรู้ในปัจจุบันให้มาก ๆ เพื่อเป็นรากฐานในวันข้างหน้า แต่ว่าถ้าเราไปคำนึงผลของวันข้างหน้ามากเกินไปว่าต้องรู้นั้นนี้จะต้องเท่าเทียมคนอื่น เราอาจจะลืมใส่เรื่องความสุข ไปในใจของเด็กก็อาจจะเป็นได้

วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554

รูปคนที่โชกุนวาดเอง

วาดเองโดยปราศจากการสั่งว่าต้องวาดอะไร โชกุนหยิบกระดาษมากับสีเทียนเเล้วเดินไปวาดเองเเล้วเอามาให้ดูว่าโชกุนวาดคนเหมือนมั้ย ในใจเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของคนที่เป็นพ่อแม่ที่ลูกเริ่มวาดรูปเป็นรูปเป็นร่าง บ้านเราไม่มีการสั่งว่า เอ้าระบายนั้นสิระบายนี้สิวาดนั้นให้ดูหน่อย เรามีแต่เตรียมอุปกรณ์ให้ใครอยากวาดอะไรวาดและไม่มีการวิจารณ์กันเวลาเค้าบอกว่าเค้าวาดอะไรออกมา เรามีแต่ถามเพื่อให้เค้าได้พูดออกมาอธิบายใช้จินตนาการของเค้าเล่าให้เราฟัง สนุกดีนะได้ฟังความคิดแล้วอินไปในความคิดของเค้า เราลองมาเลิกสั่งเด็กเเละดูถูกฝีมือวาดรูปของเด็ก ๆ กัน เถอะ เพราะว่าเคยได้ยินผู้ใหญ่ชอบวิจารณ์เวลาเด็กบอกว่าวาดอะไร ชอบวิจารณ์ปนขำไม่รู้สิ ส่วนตัวรู้สึกได้ว่ามันทำลายความมั่นใจอยากวาดไรวาดแล้วมาเล่าเลยลูก ม่าม๊าป่าป๊าพร้อมฟังไม่มีข้อเเม้ใด ๆทั้งสิ้น ฟังอย่างตั้งใจด้วยไม่ใช่ฟังแบบขอไปที

x'mas tree

ไม่ได้อับเดท บล็อค นานมาก จนลืมไปแล้วว่าทำอะไรไปบ้าง เริ่มจะกลับมาทำย้อนหลัง กิจกรรมที่ให้โชกุนทำอาทิตที่่ผ่านมา ก็มีประดิษฐ์ต้นคริสมาส กัน จริงๆ ประดิษฐ์ต้นคริสมาสนั้นทำได้หลายแบบตามใจคนเตรียมอุปกรณ์เลย ส่วนของม่าม๊าใช้กล่องโฟมที่เราได้มาจากการซื้อเห็ด มาให้โชกุนกินเลยเอากล่องที่เค้าแพคมาประดิษฐ์ซะเลย กิจกรรมนี้ก็เหมือนเดิมนะครับลูก ฝึกกล้ามเนื้อมือในการใช้กรรไกร จนตอนนี้ใช้คล่องมากสามารถตัดตามรอยได้ค่อนข้างเป็นรูปเป็นร่าง สวยงามเหมือนกันนะ และกิจกรรมนี้ก็ได้ฝึกจินตนาการในการตกเเต่งต้นคริสมาสของตัวเองอีกด้วย






วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ให้กำลังใจเด็กกันเถอะนะคะ

เเต่ก่อนตอนที่ลูกยังไม่สามขวบ ก็ทราบดีอยู่เเล้วว่า อะไรจะเกิดขึ้นบ้างเมื่อลูกสามขวบ ทุกสิ่งเกิดขึ้นหมดทุกอย่าง และเราก็เลือกที่จะปล่อยให้เกิดขึ้น เเละให้ความมั่นคงทางจิตใจตลอดเวลา
ปัญหาที่พบบ่อยให้วัยสามขวบนั้นมีไม่มากแต่ว่าก็หนักเอาการอยู่ เพราะว่าลูกเจอคนข้างนอกแบบรับรู้คำพูดคนข้างนอกแล้วไม่เหมือนตอนเล็ก แต่ว่าคนข้างนอกคาดหวัง กับเด็กว่าต้องทำได้ทุกสิ่งอย่าง เเล้ววิพากษ์วิจารณ์ จนลืมไปว่าเด็กก็มีจิตใจนะคร้าบ
ช่วงวัยนี้ลูกเริ่มมีอาการไม่ยอมสวัสดีคนอื่น ที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตา จากที่เคยสวัสดีง้ายง่าย เเต่ม่าม๊าก็รู้อยู่เเล้วละว่ามันจะต้องมีอาการเเบบนี้ แต่ว่าเราสองคนเลือกที่จะให้จับมือลูกสวัสดีเเล้วก็ให้กำลังใจว่าคราวหน้าเอาใหม่ แต่มักจะมีผู้ใหญ่ที่เค้าลืมวัยเด็กของเค้าไปแล้ว มักจะบอกว่า ไม่เห็นเก่งเลยไม่ยอมสวัสดี หรือว่า ทำไมไม่สวัสดีละ สู้น้องก็ไม่ได้น้องเก่งกว่า(บอกตรงๆ เบื่อมากเล้ยคำแบบนี้ คนก็คนละคนน้า วัยก็คนละวัย แล้วคุณก็ไม่ใช่คนเลี้ยงลูกเรานะเเต่ว่ามาทำร้ายจิตใจลูกเราอีกละ) เด็กต้องเป็นทุกคน แต่ว่าผู้ใหญ่ไม่เคยให้ก้าวผ่านปัญหาไปอย่างสบายใจมักจะมีคำพูดให้บั้นทอนบ้าง หรือว่าขู่บังคับบ้างว่าต้องทำสิเเม่อายเค้านะทำไมลูกไม่สวัสดีเหมือนแต่ก่อน มากมายก่ายกอง เเล้วลูกก้ต้องยืนรับรู้อยู่ทำไมผู้ใหญ่ ไม่ให้โอกาสเด็กบ้างเลยคร้าบบบบบบ เพิ่งเจอก็ตำหนิก่อนเลย ทุกคนคาดหวังมากมายกับเด็กนะนี่ พอไม่ทำก็เอาเเล้วเหมือนว่าไม่ได้เรื่องเลย ไม่เอาไหนเลย คาดคั้นเหลือเกิน
ปํญหาตามวัยเป็นสิ่งที่ต้องเกิดเพราะว่าเเสดงให้เห็นพัฒนาการของเค้าไปอีกขั้นแต่คนชอบให้สิ่งปกติเป็นสิ่งผิดปกติเเละเลวร้ายมาก จนลืมไปว่า เด็กศักยภาพคือเด็ก
อยากจะบอกว่า อยากให้ให้เกียรติเด็กเหมือนเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งเเต่ว่าคาดหวังเค้าในฐานะเป็นเด็ก ไม่ใช่คาดหวังเกินตัว
ก่อนจะพูดอะไรกับเด็ก ให้นึกว่าเด็กก็คือผู้ใหญ่คนหนึ่งการให้เกียรติเค้าเท่ากับว่าเราสอนให้เค้าให้เกียรติโดยการทำให้เค้าเห็นปฎฺบัติให้เค้าดู ไม่ใช่สั้่งสอน วันนึงเมื่อต้นไม้โตเต็มที่ สิ่งดีดีที่สั่งสมไปจะออกดอกออกผลออกมาเอง ไม่ต้องใส่สารเร่งมาก ด้วยความใจร้อน เด็กไม่ใช่เครื่องคอมพิวเตอร์ เค้าเหมือนต้นไม้ที่ต้องค่อย ๆ ดูเเลตัดเเต่งเเก้ไขกันไป เเล้วก็เจริญเติบโต ไม่ใช่ สอนเเล้วทำไมไม่ทำบอกกี่ครั้งเเล้วทำไมไม่จำ จริง ๆ เค้าจำได้ละแต่ว่าเค้ายังอยากจะทำแบบนี้อยู่ถ้าเราคงเส้นคงวาเดี่ยวเค้าก็จะปฏิบัติตามเราเอง ก่อนที่จะพูดกับเด็กอยากให้นึกว่าถ้าเป็นเราโดนคนอื่นที่เพ่ิงรู้จักวิจารณ์เลยทันที ในข้อเสียของเราเราจะพอใจหรือไม่ นั้นละเด็กก็เหมือนกันเค้าคงอยากให้คนให้กำลังใจเเละค่อย ๆ สอนเค้ามากกว่า มาสั่ง เค้า ดุ เค้า วิธีนั้นเห็นผลเร็วเเน่นอน แต่วันหนึ่งเมื่อเค้าปีกกล้าขาเเข็ง พร้อมบิน นั้นละเค้าเเข็งเเรงกว่าเราเเล้วเค้าก็คงจะทำกับเราเหมือนที่เค้าโดนในวันที่เค้ายังอ่อนเเออยู่
เรื่องนี้ที่เขียนขึ้นมาแค่อยากจะบอกให้ผู้ใหญ่เข้าใจเด็กกันให้มาก ๆ ขึ้นกว่านี้อย่ามองเด็กว่าเป็นสิ่งที่เรากระทำกับเค้าได้หมด สั่งได้ทุกอย่าง ที่เขียนไม่ใช่เพราะว่าลูกตัวเองกำลังมีปัญหาเลยปกป้อง เเต่ว่ามาเขียนอย่างเข้าใจเพราะว่าแต่ก่อนทราบปัญหา และเจอแต่เด็กคนอื่นทำยังไม่ค่อยพบเจอปัญหาที่จะส่งผลถึงตัวเด็กเพราะว่าเราไม่ได้เลี้ยงเค้าเราก็จะเเค่เห็นว่าอ่อวัยนี้เค้าจะไม่ค่อยทำในสิ่งที่เค้าเคยทำมาง่าย ๆ นะ เเล้วมักจะโดนผู้ใหญ่ว่าว่า ดื้อนะ คือเรายังไม่ได้มายืนตรงจุดเลี้ยงเด็กเต็ม ๆ เรายังไม่เข้าใจมากหนักแต่ว่าเราก็ไม่เคยว่าเด็กนะเราเข้าใจว่ามันเป็นสิ่งที่ต้องเกิด แต่ว่าพอมาเจอกับลูกตัวเองมักจะโชคดีมากเจอผู้ใหญ่ที่เค้าเห็นว่าเราก็คงเป็นเด็กคนนึงเหมือนกันเลยกล้าที่จะพูดและถามในสิ่งที่ลูกเราทำแบบบางทีเราสงสารลูกเราว่าเฮ้อลูกเอ้ย เดี่ยวอาการแบบนี้มันก็จะหายไปเองม่าม๊ากับป่าป๊าเข้าใจนะ สังคมมันก็เป็นอย่างนี้ละคาดหวังความสมบูรณ์แบบแต่ว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่นั้นก็คือเเสดงแบบให้เด็กเห็นว่า ไม่ให้เกียรติผู้อื่น เจอกันก็วิจารณ์เราเลยถ้าต้องให้เจอคนเยอะ ๆ สะเปะสะปะ แล้วได้รับมลพิษ ม่าม๊าป่าปีาเลือกเจอคนน้อย ๆ แต่ว่าเจอแต่มิตรดีดีก่อนดีกว่า ในวัยนี้จะได้เติบโตไปแบบไม่ต้องเสียกำลังใจ
ปล ผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่าน ที่เคยวิพากษ์วิจารณ์เด็กมาก ๆ จนลืมนึกถึงใจเด็ก อยากให้ลองคิดใหม่ เเล้วอย่าก้าวก่ายหน้าที่ของพ่อเเม่เค้า ถ้าพ่อแม่เค้ารู้จักกับคุณเเล้วก็ดูมีมารยาทดี จงปล่อยวางเเละเชื่อว่าเค้าจะสอนลูกของเค้าเองว่าต้องทำอย่างไร ขึ้นอยู่กับวิธีของครอบครัวเค้า เราเป็นคนอื่น เราก็ต้องให้เกียรติเค้านะคะ เพราะว่าไม่เช่นนั้นมันจะกลายเป็นว่านอกจากไม่ให้เกียรติเด็กแล้วยังไม่ให้เกียรติพ่อแม่ของเด็กอีกคะ เราสองคนเชื่อว่าถ้าเราเอาใจใส่ต้นกล้าด้วยวิธีทีเหมาะสมกับพันธุ์ไม้ที่เราปลูก ต้นไม้แต่ละพันธุ์วิธีการดูเเลยังไม่เหมือนกัน เด็กก็เช่นกันมีลักษณะแตกต่างกันไปถ้ารู้ลักษณะและวิธีการดูแลที่เหมาะสม วันหนึ่ง เค้าก็จะเจริญเติบโตงดงามเป็นต้นไม้ในอนาคตเเน่นอน

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

insect park @KU

ได้พาลูกไปเที่ยวในที่ที่ดี และ ฟรีอีกเเล้วครับท่าน เราไปอุทยานเเมลงกัน ไปเราไปเดินกันในโดมแมลงเจอผีเสื้อเยอะมากเเละร่มรื่นมากมีบันไดให้โชกุนเดินขึ้นไปรอบ ๆ โดม สนุกสนาน ประสบการณ์ที่ได้รับ คือ โชกุนบอกว่า ม่าม๊า ๆ เมื่อกี้ผีเสื้อ บินชนโชกุนเลย คือถ้าไปเดินที่อื่นยากมากกว่าจะชนผีเสื้อสักตัว หายากจริง เเต่ว่าเดินในนี้ร่มรื่นเเละผีเสื้อเยอะอย่างที่บอก พอเดินเสร็จเราก็เข้าไปเดินต่อตรงที่เค้าสตาฟ แมลงเอาไว้ เจ้าตัวตื่นเต้นใหญ่เพราะว่าได้เห็นเเบบใกล้ ๆ และเป้นตัวเป็น ๆ โชกุนเห็นในหนังสือมาเยอะของจริงก็เคยแต่ว่าของจริงมันไม่นิ่งแบบนี้ ไม่ชัด เดินอยู่หลายรอบพอสมควร เดินไปสงสัยไป ป่าปีาทำไมเค้าเอาเเมลงมาทำแบบนี้ได้ไง ป่าปีาก็มีหน้าที่อธิบายไป ตามระเบียบ เค้าสนุกได้ถามเราว่า อันนี้เรียกว่าอะไร เเล้วส่วนนี้เรียกว่าอะไร ตามประสาเด็กวัยกำลังถาม







คำแนะนำ ก่อนไปควรอ่านหนังสือเกี่ยวกับแมลงให้เค้าฟังอยู่บ้างเด็กจะมีความตื่นเต้นเมื่อเจอของจริง

สีฟูฟู





กิจกรรม สีฟูฟู นำมาจากหนังสือของ วนิษา เรซ อีกเช่นเคย

สิ่งที่ได้คือ

ลูกเรียนรู้ที่จะผสมสีเอาสีนั้นผสมสีนี้ ด้วยความอยากรู้ของเค้าเอง ไม่ใช่เราสั่ง เค้าจะมีความอยากรู้ออกมาเองเเละอยากทำเองอยากผสมเอง เราให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการทำ และเวลาเล่นไม่สังลูก ไม่บอกลูกมากไม่ขัดจังหวะในสมองเค้า ไม่ใช่ เอาอันนี้มั้ยลูก เอาสีนี้มั้ย วาดตาสิ วาดปากสิ เราจะปล่อยให้เค้าได้เล่น เพราะว่าการสั่งมากเหมือนว่าลูกเล่นตามที่เราบอกไม่ได้เล่นอย่างที่เค้าเล่น

ลูกได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก(กล้ามเนื้อมือ) เพราะว่าต้องใช้เเรงบีบ ทำไมต้องฝึกอยู่ได้ กล้ามเนื้อมือ คำตอบต้องฝึกสิคะ กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กน้อยต้องใช้ต้องเตรียมความพร้อมก่อนที่จะต้องเขียนหนังสือ เมื่อเราฝึกเค้าเค้าจะมีความคล่องเเละสามารถยังคับทิศทางได้ดีทีเดียว เราไม่อยากข้ามขั้นว่า ยังไม่ทันจะฝึกอะไรเลยก็จับให้คัดหนังสือเเล้ว

ลูกได้ใช้สมาธิจดจ่อกับสิ่งที่เค้าทำเค้าจินตนาการวาดเอง
ปล เวลาเล่น เรามักจะเล่นเป็นเพื่อนกับเค้าคือนั่งเล่นไปด้วยกันไม่ใช่เล่นในบทบาทแม่ คือ สั่งการ เด็กจะหมดสนุก ดังนั้นจงสนุกไปกับการเล่นแบบเด็ก ๆ กันอีกรอบนะจ๊ะ