เหตุผลจริง ๆ ไม่มีอะไรมาก
ข้อที่ 1 ไม่ว่าพื้นที่ไหนก็สกปรก พื้นบ้าน พื้นโต๊ะอาหารที่บ้าน พื้นที่ไหนก็ตาม ได้รับการเช็ดจากผ้าขี้ริ้วทั้งนั้นและ ผ้าขี้ริ้ว ไม่ว่าที่ใดก็ตาม คงไม่มีใครซักสะอาดหรือเปลี่ยนบ่อยมากมาย ชื่อก็บอกว่า ผ้าขี้ริ้ว ผ้าเช็ดพื้น เช็ดโต๊ะ
ผู้ใหญ่หลายท่านก็คงมักจะพูดบ่อย ๆ ว่าอาหารตกที่พื้นบ้าน หรือโต๊ะทานข้าวที่บ้านว่า ไม่เป็นไรลูก กินได้พื้นบ้านไม่สกปรก ซึ่งจริง ๆการสอนเเบบนี้มันไม่ตรงกับความเป็นจริง ๆใด ๆ เลยแม้แต่น้อย พื้นบ้านไม่สกปรก พื้นบ้านของเราเราก็ใช้เท้าเหยียบ (ณ จุดนี้ขอให้ยกเท้าขึ้นมาดูว่าสกปรกแค่ไหน) พื้นบ้านของเราเราก็ใช้ไม้ถูพื้นถู (ขอให้นึกดูว่า ตอนถู ผ้าถูพื้นเราก็ใช้อันเดิมมานานแค่ไหนแล้ว และตอนถูใช้น้ำยาอะไรถูบ้าง ) อาหารไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กจะตกพื้นใด ๆ นาน หรือแค่เเว็ปเดียว เราไม่เคยสอนลูกว่าหยิบเข้าปากเลยลูกเชื้อโรคไม่เห็น ของ เรา คือ สอนอย่างเดียวจบเลย หล่นใช่ไหม ทิ้งเท่านั้น เพราะว่าพอสอนเด็กหลาย ๆ มาตรฐาน เด็กงง เเละไม่สามารถแยกได้ว่า แค่ไหนหยิบเข้าปากได้ เค้าก็เลยหยิบทุกสิ่งทุกอย่างที่หล่อนเข้าปากเพราะว่าม่ีผู้ใหญ่สอนว่า เชื้อโรคไม่เห็น
ข้อที่ 2 เวลาของหล่นบนโต๊ะ หรือ บนพื้น แล้วเด็กหยิบเข้าปาก บอกตรง ๆ สำหรับเรานะคะ เป็นภาพที่ดูแล้วน่าเกลียด คะ แล้วพอสอนเด็กไปว่าหยิบได้ในบ้าน เมื่อออกนอกบ้านเด็กก็จะหยิบ เเล้วเราก็จะบอกลูกว่าทำไมเอาอาหารที่หล่นแล้วเข้าปากละลูก นี่นอกบ้านนะ สอนเเล้วเด็กงง ว่าเดี๋ยวให้หยิบเข้าปากเดี๋ยวไม่ให้หยิบเข้าปาก เราจึงสอนทีเดียวว่่า ไม่่ว่าที่ไหนที่ใดก็ตามหล่นคือหล่นไม่มีการหยิบนะคะ
ข้อที่ 3 มีบางท่านบอกว่า แหมเชื้อโรครับไปบ้าง เป็นวิตามินให้กับร่างกายเป็น antibody
ลองย้อนไปดูเหตุผลข้อ 2 นะคะพอเด็กทำ เด็กจะทำทุกที่ ไม่มีที่ยกเว้น แล้วมันจะกลายเป็นนิสัย และมันจะสวนทางกับสิ่งทีเราสอนเด็กว่า ล้างมือบ่อย ๆ นะลูก หรือ เวลาทาานอาหารต้องใช้ข้อนกลาง หรือ เวลาจามต้องปิดปาก เป็นต้น คือ เอาง่าย ๆสอนเด็กมันก็ต้องมองให้สอดคล้องในทุก ๆ ด้าน ไม่ใช่สอนให้เด็กรู้จักรักษาสุขภาพอนามัยตนเอง แต่ว่าอาหารหล่นพื้น หยิบเลยนิดหน่อย เชื้อโรคมองไม่เห็น นอกจากเป็นภาพที่ดูไม่ดีแล้ว ยังเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคให้กับเด็ก เพราะว่าสมัยนี้โรคมันมีเยอะกว่าแต่ก่อนคะเราปลูกฝังสิ่งดีดี ให้เค้าไปเค้าจะได้ปฎิบัติตนเองได้ห่างไกลจากโรคภัยสมัยนี้ได้นะคะ
วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555
วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
เริ่มสอน phonic เล็ก ๆ น้อย ๆ
ข้อมูลที่นำมาประกอบการสอนนำมาจากเว็ปไซค์นี้คะ http://www.progressivephonics.com
เค้าจะมีหนังสือให้โหลด เราก็จะนำมาอ่านให้ลูกฟัง ตัวอักษรที่เค้าสอนเซ็ทเเรกได้แก่ /d / /o / /g/
ภายในเนื้อหาน่ารักมาก มีสอนให้เด็กทำมือให้เป็นตัวอักษรนั้น ๆ ตรงนี้ละที่สนุก ลองกันดูนะคะ คุณพ่อคุณแม่คนไหนสนใจไปโหลดมาได้เลยคะ ฟรี ด้วย อ่านใหเลูกฟังไปเรื่อย ๆ เค้าจะซึมซับไปเองคะ การสอนแบบนี้ได้สองทางคือเค้าจะรักการอ่านด้วยเพราะว่าเราสอนให้เค้ารักการอ่านโดยการอ่านหนังสือให้เค้าฟัง ไม่ใชสั่งให้เค้าอ่านหนังสือ แล้วก็สอนให้ต้องอ่านออก การสอนแบบนี้โดยส่วนตัวคิดว่า มันน่าจะยั่งยืนกว่าการสอนให้เด็กอ่านหนังสือออกนะคะ คือ การที่สอนให้เค้ารักการอ่าน เค้าจะอยากรู้ว่ามันคือตัวอะไรออกเสียงอย่างไร ไม่ใช่บังคับให้ต้องอ่านให้ออก บ้านเราเลือกวิธีที่มีความสุขและเป็นไปตามวัยเหมือนเดิมคะ ไม่ฝืนพัฒนาการใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ว่าถ้าเค้าอยากทำเราก็ให้ทำแต่ว่าจะไม่มีการบังคับ หรือการวิพากษ์วิจารณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น
นี่คือตัวอย่างหนังสือเล่มแรกที่ในเว็ปนี้เค้าให้โหลดนะคะ
http://www.progressivephonics.com/~suzettew/attachments/036_alphabetti_book_1_1.pdf
ส่วนนี้คือกิจกรรมที่โชกุนทำ
เริ่มด้วยกิจกรรม letter o
กลมเหมือนลูกบอล เราก็ตัดกระดาษด้วยกันให้เป็นวงกลม ตัด ๆติด ๆ ออกเสียงไปด้วยกัน คิดว่าคำไหนที่เสียง /-o-/
แค่นี้เค้าก็รู้เเล้วว่า letter o มันเป็นอย่างนี้นี่เอง เสียงออกอย่างนี้นี่เอง(แต่ว่าจุดนี้เราต้องทำการบ้านนะคะว่าตัวนี้เสียงออกว่าอย่างไร ออกให้ชัดไปเลย
| อันนี้เราไม่เน้นนะคะเรื่องที่ต้องเขียน แต่ว่าพอดีเค้าเห็นหนังสือ เค้าเลยอยากทำ ให้ทำเเค่นั้นละคะเล็ก ๆน้อย ๆ ไม่ให้คัดเอาเป็นเอาตาย |
chicken life cycle
อาทิตย์นี้ม่าม๊าไม่ได้ อับเดท เว็ปของเราเลย อาทิตย์สองอาทิตย์นี้โชกุนเรียนรู้หลายสิ่งเหมือนเดิม อย่าง เดินมาบอกม่าม๊าว่าอยากรู้เรื่อง chicken life cycle ได้เลยม่าม๊าจัดให้ ผลงานมาตามภาพนี้เลยลูก ม่าม๊าได้แสดงฝีมือในการวาดรูปเองเลยนะนี่ คาดว่าจะทำหนังสือวงจรชีวิตสัตว์หลาย ๆ ชนิดเอาไว้เป็นเซ็ทให้โชกุน ม่าม๊าจะค่อย ๆละกันนะจ๊ะ
เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้วงจรชีวิตของสัตว์ต่าง ๆ อ่านสนุกเหมือนนิทาน เพราะว่าม่าม๊าต้องอ่านและสรุป ย่อเท่าที่เด็กเล็กจะเข้าใจ
และสิ่งที่เค้าได้รับอีกอย่างก็คือ การค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ ประดิษฐ์ ค่อย ๆวาดรูป ระบายสี ออกมา ไม่ต้องมีทุกสิ่งทุกอย่างสำเร็จรูปมากนัก ทำเองก็ได้ ม่าม๊าขอบนะระหว่างที่ม่าม๊าทำโชกุนก็ได้ระบายสีในเรื่องเดียวกัน ไปเรื่อย ๆ พูดคุยกัน ไปเรื่อย ๆ
ถึงแม้มันจะดูไม่สวยงามมากเหมือนของสำเร็จรูปแต่ว่าก็ทำด้วยใจที่ตั้งใจจริง ๆ
มาดูผลงานกันดีกว่า
เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้วงจรชีวิตของสัตว์ต่าง ๆ อ่านสนุกเหมือนนิทาน เพราะว่าม่าม๊าต้องอ่านและสรุป ย่อเท่าที่เด็กเล็กจะเข้าใจ
และสิ่งที่เค้าได้รับอีกอย่างก็คือ การค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ ประดิษฐ์ ค่อย ๆวาดรูป ระบายสี ออกมา ไม่ต้องมีทุกสิ่งทุกอย่างสำเร็จรูปมากนัก ทำเองก็ได้ ม่าม๊าขอบนะระหว่างที่ม่าม๊าทำโชกุนก็ได้ระบายสีในเรื่องเดียวกัน ไปเรื่อย ๆ พูดคุยกัน ไปเรื่อย ๆ
ถึงแม้มันจะดูไม่สวยงามมากเหมือนของสำเร็จรูปแต่ว่าก็ทำด้วยใจที่ตั้งใจจริง ๆ
มาดูผลงานกันดีกว่า
วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
dragonfly
15 กรกฎาคม 2555
วันนี้เราเรียนเรื่องแมลงปอกัน เนื่องจากโชกุนอยากเรียนเรื่องนี้ ม่าม๊าก็เลยต้องหาข้อมูลก่อนเพื่อมาสอนเเล้วเราสองคนก็ช่วยกันทำหนังสือ เกี่ยวกับ แมลงปอ เอาไว้อ่านได้หลาย ๆ รอบ
สาระสำคัญ การเรียนรู้เรื่องแมลงปอนั้น ทำให้ผู้เรียนได้มีความรู้ในสิ่งรอบตัว ว่า มีส่วนประกอบอะไรบ้าง และมีวงจรชีวิตอย่างไร เป็นการพัฒนาทางด้านสติปัญญา ด้านภาษา และ การพูด พัฒนาการทางด้านอารมณ์
อุปกรณ์ที่จำเป็น
ดินสอ
สีเทียน สีไม้ สีเมจิก ตามใจชอบ
กระดาษแข็ง
กระดาษสำหรับพิมพ์รูปแมลงปอลงไป
กาว
กรรไกร
คัทเตอร์
แหล่งข้อมูลอ้างอิง หนังสือ ม่าม๊าใช้ insect world ของเว็ปไซค์http://www.etllearning.com , แหล่งข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต)
วัตถุประสงค์ในการเรียนรู้
1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้และความเข้าใจส่วนต่าง ๆ ของแมลงปอ และ วงจรชีวิตของแมลงปอ
2.เพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้กล้ามเนื้อมือในการตัดกระดาษ และ ระบายสีรูปของแมลงปอ
กิจกรรมนี้ตรงตาม มาตรฐานตัวบ่งชี้/คุณสมบัติที่พึงประสงค์ ตามหลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ดังต่อไปนี้
มาตรฐานที่ 2 กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งเเรง ใช้ได้อย่างคล่องเเคล่วและประสานสัมพันธ์กัน
ตัวบ่งชี้ที่ 2 ใช้มืออย่างคล่องเเคล่ว
ในกิจกรรมนี้โชกุนต้อง ระบายสี ส่วนต่าง ๆ ของแมลงปอ และ รูปแมลงปอต่าง ๆ และ ใช้กรรไกรตัดรูปตามเเนวเส้นได้
มาตรฐานที่ 3 มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข
ตัวบ่งชี้ที่ 1 แสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสมกับวัยและสถานการณ์
ตัวบ่งชี้ี่ที่ 2 มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น
โชกุนพึงพอใจในตนเองและ ชื่นชมความสามารถของผลงานตนเองและผู้อื่น(ในที่นี้คือม่าม๊าเราสองคนร่วมกันประดิษฐ์ หนังสือ)
มาตรฐานที่ 4 มีคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงาม
ตัวบ่งชี้ 1 มีวินัยในตนเองและมีความรับผิดชอบ
เมื่อเราสองคนประดิษฐ์หนังสือเสร็จ โชกุนรู้จักช่วยเก็บของเข้าที่ได้ และมีความรับผิดชอบทำงานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จ
มาตรฐานที่ 5 ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี การเคลื่อนไหว และรักการออกกำลังกาย
ตัวบ่งชี้ที่ 1 สนใจและมีความสุขกับศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว
ขณะทำงานโชกุนมีความสนใจในการระบายสีและจดจ่ออยู่กับการระบายสี
มาตรฐานที่ 9 ใช้ภาษาสอสารได้เหมาะสมกับวัย
ตัวบ่งชี้ที่ 1 สนทนาโต้ตอบหรือเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ
โชกุนสามารถสนทนาโต้ตอบหรือเล่าเรื่องเป็นประโยคอย่างต่อเนื่อง
และฟังและปฎฺิบัติตามคำสั่งอย่างต่อเนื่องได้
ตัวบ่งชี้ที่ 2 อ่านเขียนภาพและสัญลักษณ์ได้
โชกุนเปิดและอ่านหนังสือภาพที่ม่าม๊าหาข้อมูลมาได้ และเขียนคำว่า dragonfly ได้จากการที่ม่าม๊าเขียนให้ดูเป็นแบบ ม่าม๊าจึงนำมาตัดเป็นคำหน้าปกของหนังสือ
มาตรฐานที่ 10 มีความสามารถในการคิดและแก้ปัญหาให้เหมาะสมกับวัย
ตัวบ่งชีที่ 2 แก้ปัญหาในการเล่นหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ
โชกุนพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเองหล้งจากที่ตัดกระดาษตามเส้นที่เป็นรูปแมลงปอว่าจะทำอย่างไรต่อถ้าตัดเบี้ยวไปมา และรู้จักตัดสินใจในเรื่องง่าย ๆ ได้
มาตรฐานที่ 11 มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
ตัวบ่งชี้ที่ 1ทำงานศิลปะตามความคิดของตนเอง
โชกุนระบายสีแมลงปอตามความคิดของตนเอง
มาตรฐานที่ 12 มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมีทักษะในการแสวงหาความรู้
ตัวบ่งชี้ที่ 1 สนใจเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว
โชุกนสนใจที่อยากจะเรียนรู้เรื่องแมลงปอ และมีความสนใจที่จะเรียนรู้ได้นานมากขึ้น สนใจในเรื่องราวที่ม่าม๊าได้อ่านให้ฟัง
ตัวบ่งชี้ที่ 2 แสวงหาคำตอบด้วยวิธีการที่หลากหลาย
โชกุนถามคำถามเกี่ยวกับแมลงปอกับม่าม๊า พร้อมทั้งยังเชื่อมโยงไปถึงเรื่องราวของตัวเองด้วย เช่น ปีกโปร่งแสงเป็นอย่างไร ทำไมแมลงปอออกลูกได้เยอะทำให้มีลูกหลายตัว ทำไมม่าม๊าถึงมีโชกุนได้แค่คนเดียว เป็นต้น
เริ่มต้นระบายสีส่วนต่าง ๆของแมลงปอ
ขั้นตอนการตัด ๆ และ ตัด
ที่มารูปภาพแมงปอ และ ข้อมูลมาจาก
ภาพแมลงปอ http://www.cafepress.com
ข้อมูลเกี่ยวกับแมลงปอ http://www.biokids.umich.edu/critters/Anisoptera/
http://www.kidzone.ws/animals/dragonflylifecycle.htm
http://www.ducksters.com/animals/dragonfly.php
วันนี้เราเรียนเรื่องแมลงปอกัน เนื่องจากโชกุนอยากเรียนเรื่องนี้ ม่าม๊าก็เลยต้องหาข้อมูลก่อนเพื่อมาสอนเเล้วเราสองคนก็ช่วยกันทำหนังสือ เกี่ยวกับ แมลงปอ เอาไว้อ่านได้หลาย ๆ รอบ
สาระสำคัญ การเรียนรู้เรื่องแมลงปอนั้น ทำให้ผู้เรียนได้มีความรู้ในสิ่งรอบตัว ว่า มีส่วนประกอบอะไรบ้าง และมีวงจรชีวิตอย่างไร เป็นการพัฒนาทางด้านสติปัญญา ด้านภาษา และ การพูด พัฒนาการทางด้านอารมณ์
อุปกรณ์ที่จำเป็น
ดินสอ
สีเทียน สีไม้ สีเมจิก ตามใจชอบ
กระดาษแข็ง
กระดาษสำหรับพิมพ์รูปแมลงปอลงไป
กาว
กรรไกร
คัทเตอร์
แหล่งข้อมูลอ้างอิง หนังสือ ม่าม๊าใช้ insect world ของเว็ปไซค์http://www.etllearning.com , แหล่งข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต)
วัตถุประสงค์ในการเรียนรู้
1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้และความเข้าใจส่วนต่าง ๆ ของแมลงปอ และ วงจรชีวิตของแมลงปอ
2.เพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้กล้ามเนื้อมือในการตัดกระดาษ และ ระบายสีรูปของแมลงปอ
กิจกรรมนี้ตรงตาม มาตรฐานตัวบ่งชี้/คุณสมบัติที่พึงประสงค์ ตามหลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ดังต่อไปนี้
มาตรฐานที่ 2 กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งเเรง ใช้ได้อย่างคล่องเเคล่วและประสานสัมพันธ์กัน
ตัวบ่งชี้ที่ 2 ใช้มืออย่างคล่องเเคล่ว
ในกิจกรรมนี้โชกุนต้อง ระบายสี ส่วนต่าง ๆ ของแมลงปอ และ รูปแมลงปอต่าง ๆ และ ใช้กรรไกรตัดรูปตามเเนวเส้นได้
มาตรฐานที่ 3 มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข
ตัวบ่งชี้ที่ 1 แสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสมกับวัยและสถานการณ์
ตัวบ่งชี้ี่ที่ 2 มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น
โชกุนพึงพอใจในตนเองและ ชื่นชมความสามารถของผลงานตนเองและผู้อื่น(ในที่นี้คือม่าม๊าเราสองคนร่วมกันประดิษฐ์ หนังสือ)
มาตรฐานที่ 4 มีคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงาม
ตัวบ่งชี้ 1 มีวินัยในตนเองและมีความรับผิดชอบ
เมื่อเราสองคนประดิษฐ์หนังสือเสร็จ โชกุนรู้จักช่วยเก็บของเข้าที่ได้ และมีความรับผิดชอบทำงานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จ
มาตรฐานที่ 5 ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี การเคลื่อนไหว และรักการออกกำลังกาย
ตัวบ่งชี้ที่ 1 สนใจและมีความสุขกับศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว
ขณะทำงานโชกุนมีความสนใจในการระบายสีและจดจ่ออยู่กับการระบายสี
มาตรฐานที่ 9 ใช้ภาษาสอสารได้เหมาะสมกับวัย
ตัวบ่งชี้ที่ 1 สนทนาโต้ตอบหรือเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ
โชกุนสามารถสนทนาโต้ตอบหรือเล่าเรื่องเป็นประโยคอย่างต่อเนื่อง
และฟังและปฎฺิบัติตามคำสั่งอย่างต่อเนื่องได้
ตัวบ่งชี้ที่ 2 อ่านเขียนภาพและสัญลักษณ์ได้
โชกุนเปิดและอ่านหนังสือภาพที่ม่าม๊าหาข้อมูลมาได้ และเขียนคำว่า dragonfly ได้จากการที่ม่าม๊าเขียนให้ดูเป็นแบบ ม่าม๊าจึงนำมาตัดเป็นคำหน้าปกของหนังสือ
มาตรฐานที่ 10 มีความสามารถในการคิดและแก้ปัญหาให้เหมาะสมกับวัย
ตัวบ่งชีที่ 2 แก้ปัญหาในการเล่นหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ
โชกุนพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเองหล้งจากที่ตัดกระดาษตามเส้นที่เป็นรูปแมลงปอว่าจะทำอย่างไรต่อถ้าตัดเบี้ยวไปมา และรู้จักตัดสินใจในเรื่องง่าย ๆ ได้
มาตรฐานที่ 11 มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
ตัวบ่งชี้ที่ 1ทำงานศิลปะตามความคิดของตนเอง
โชกุนระบายสีแมลงปอตามความคิดของตนเอง
มาตรฐานที่ 12 มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมีทักษะในการแสวงหาความรู้
ตัวบ่งชี้ที่ 1 สนใจเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว
โชุกนสนใจที่อยากจะเรียนรู้เรื่องแมลงปอ และมีความสนใจที่จะเรียนรู้ได้นานมากขึ้น สนใจในเรื่องราวที่ม่าม๊าได้อ่านให้ฟัง
ตัวบ่งชี้ที่ 2 แสวงหาคำตอบด้วยวิธีการที่หลากหลาย
โชกุนถามคำถามเกี่ยวกับแมลงปอกับม่าม๊า พร้อมทั้งยังเชื่อมโยงไปถึงเรื่องราวของตัวเองด้วย เช่น ปีกโปร่งแสงเป็นอย่างไร ทำไมแมลงปอออกลูกได้เยอะทำให้มีลูกหลายตัว ทำไมม่าม๊าถึงมีโชกุนได้แค่คนเดียว เป็นต้น
เริ่มต้นระบายสีส่วนต่าง ๆของแมลงปอ
ขั้นตอนการตัด ๆ และ ตัด
| นี่คือหน้าปก ที่โชกุนเขียนเอง ตามที่ม่าม๊าเขียนให้ดูนะคะ ยังสะกดไม่เป็นแต่ว่าสอนเรื่องการออกเสียงแบบ phonicไว้เลยได้นิด ๆหน่อย ๆ |
| ส่วนประกอบของเจ้าแมลงปอ |
| ทำให้เด็กเข้าใจมากขึ้นถึงคำว่า transparent wing ปีกโปล่งเเสงโดยการเอาพลาสติกมาทำเป็นปีกอีกชั้นหนึ่ง |
| อธิบายเรื่องตาของเจ้าแมลงปอ |
| เริ่มเรื่องวงจรชึวิต |
| ขั้นการเจริญเติบโต |
ที่มารูปภาพแมงปอ และ ข้อมูลมาจาก
ภาพแมลงปอ http://www.cafepress.com
ข้อมูลเกี่ยวกับแมลงปอ http://www.biokids.umich.edu/critters/Anisoptera/
http://www.kidzone.ws/animals/dragonflylifecycle.htm
http://www.ducksters.com/animals/dragonfly.php
วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ทำวุ้นกันดีกว่า
กิจกรรมนี้กิจกรรมทำวุ้นหลากสี เรียนรู้บูรณาการหลากหลาย
อุปกรณ์
ผงวุ้นหลากสี
เมล็ดแมงลัก
ถ้วยวุ้น
หม้อต้ม
ทัพพี
เริ่มต้มวุ้นตามวิธีการหลังซอง และเเช่เมล็ดเเมงลักเสร็จก็ให้เด็ก ๆ ตักใส่ถ้วย และตักเมล็ดเเมงลักใส่ลงไปทีละถ้วย ๆ จนเสร็จ นำเข้าไปแช่ในตู้เย็น รอสักครู่ก็มีวุ่นเย็น ๆ สีสดใส อร่อย ดับร้อนให้รับประทานกันเป็นอาหารว่างฝืมือหนู ๆ แล้วคะ
กิจกรรมนี้บูรณาการได้เรียนรู้เสริมทักษะดังต่อไปนี้ ม่าม๊านำมาโยงเข้ากับ สอดคล้องกับหลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ตามาตรฐานดังนี้
เริ่มต้มวุ้น อันนี้เราต้องคอยกำชับเค้าว่าร้อน แต่ว่าเด็กที่ได้มีประสบการณ์มีส่วนร่วมในการ ทำครัวเหมือนเค้าจะระวังเป็นนะคะ แต่ว่าทั้งนี้เราก็ต้องไม่ปล่อยตามลำพังคะ
อุปกรณ์
ผงวุ้นหลากสี
เมล็ดแมงลัก
ถ้วยวุ้น
หม้อต้ม
ทัพพี
เริ่มต้มวุ้นตามวิธีการหลังซอง และเเช่เมล็ดเเมงลักเสร็จก็ให้เด็ก ๆ ตักใส่ถ้วย และตักเมล็ดเเมงลักใส่ลงไปทีละถ้วย ๆ จนเสร็จ นำเข้าไปแช่ในตู้เย็น รอสักครู่ก็มีวุ่นเย็น ๆ สีสดใส อร่อย ดับร้อนให้รับประทานกันเป็นอาหารว่างฝืมือหนู ๆ แล้วคะ
กิจกรรมนี้บูรณาการได้เรียนรู้เสริมทักษะดังต่อไปนี้ ม่าม๊านำมาโยงเข้ากับ สอดคล้องกับหลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ตามาตรฐานดังนี้
- กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง
ใช้ได้อย่างคล่องแคล่วประสานสัมพันธ์กัน
ใช้มืออย่างคล่องแคล่ว
ต้องตักน้ำวุ้นเทลงในถ้วยกล้ามเนื้อมือต้องทำงานและกะที่จะเทลงในถ้วยโดยไม่ให้หก
- เคลื่อไหวร่างกายได้อย่างคล่องแคล่วและทรงตัวได้ดี แน่นอนคะข้อนี้เด็ก ๆ ต้องยืน ต้องเดินไปมาโดยถือถาดวุ้นนำเข้าไปแช่่ในตู้เย็น
- ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย ในกิจกรรมเราต้องมีการสื่อสารกันระหว่างพ่อแม่ลูก
-ได้เรียนรู้วิธีการทำวุ้น ตั้งแต่ขั้นเตรียมการ ขั้นตอนการทำจนเสร็จสำเร็จรับประทานได้
-มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข เพราะว่าได้ทำกิจกรรมที่ตนเองสนใจและสามารถลงมือปฎิบัติได้เอง
-ได้เรียนรู้คณิตศาตร์ นับเลข ปริมาณ เวลาทำวุ้น เทครึ่งถ้วยนะลูก ใส่เมล็ดแมงลักหนึ่งช้อน เป็นต้น
ได้เรียนรู้สี ผสมสี
เริ่มต้มวุ้น อันนี้เราต้องคอยกำชับเค้าว่าร้อน แต่ว่าเด็กที่ได้มีประสบการณ์มีส่วนร่วมในการ ทำครัวเหมือนเค้าจะระวังเป็นนะคะ แต่ว่าทั้งนี้เราก็ต้องไม่ปล่อยตามลำพังคะ
แล้วก็ทำตามขั้นตอนดังรูปภาพนะคะ
วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
แหล่งเรียนรู้ที่ม่าม๊าใช้เรียนก่อนสอนโชกุนเกี่ยวกับ phonic
ม่าม๊าใช้แหล่งความรู้จำพวกนี้ในการหาข้อมูลก่อนที่จะนำมาสอนโชกุน ตัวเองต้องซ้อมก่อนเรียนรู้ก่อน แต่ว่า เวลาสอนเราจะต้องทำสื่อให้ดูน่าสนใจกว่านี้ มีการวาดภาพประกอบเพื่อให้โชกุนเข้าใจง่าย ๆ
วิดีโออันนี้นำมาลงเพื่อว่า แม่ ๆท่านใดสนใจดูแล้วนำไปทำความเข้าใจเเล้วค่อยไปประดิษฐ์สื่อเอาเองนะคะ
วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555
แรงกดดัน
ม่าม๊าได้มีโอกาสอ่านหนังสือเรื่อง เด็กตามธรรมชาติ
เขียนโดย จอห์น บี ทอมสัน, ทิม คาน, มิลเดรด มาเชเดอ, ลิน โอลฟิลด์, มิเชลา คึกเกลอ และโรแลน มิกแฮน เขียน วิศิษฐ์ วังวิญญู แปล
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ดีและอยากแนะนำอีกเรื่องหนึ่ง คือ เพื่อเข้าใจเด็กมากขึ้น เพราะว่าเด็กไม่ว่าจะเชื้อชาติใดชนชาติใด ก็มีความต้องการพื้นฐานเเละพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจเหมือนกัน ต้องการความรักและความเข้าใจวัยของพวกเค้า แต่ว่าสังคมยุคสมัยเปลี่ยนไปบางทีบางครั้งเด็กเหมือนไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติ เหมือนโตเร็วเกินไป ต้องเรียนรู้ในเรื่องหนัก ๆ เกินวัย เช่น อ่านเขียนตั้งเเต่พัฒนาการยังไม่ถึงขั้นนั้น ทุกคนชอบภาพที่สวยงาม อ่านออกเขียนได้ยิ่งเร็วยิ่งดี แต่ว่าแท้จริงแล้ว ของแบบนี้เมื่อถึงวัยที่เค้าต้องอ่านออกเขียนได้เค้าจะทำได้อย่างมีความสุขและเข้าใจอะไรง่าย ๆ ถ้าวัยที่ต้องได้รับการกอด การอุ้มมากๆ เพื่อให้เค้ามีความมั่นคงทางจิตใจ เราก็ต้องตอบสนองเค้าในด้านนั้นมาก ๆ หรือในวัยที่เค้าต้องการเล่นตามวัยก็ควรจะปล่อยให้เล่นตามวัยโดยที่เราดูแลสอดแทรกเสริมให้ตรงกับพัฒนาทางด้านร่างกายและการเรียนรู้ของเค้าในขณะนั้น
หนังสือเล่มนี้พอได้อ่านแล้วเหมือนกลับไปนั่งเรียนจิตวิยาพัฒนาการอีกครั้ง ได้สาระและบางทีช่วยเตือนสติว่า เราต้องไม่เอาแรงกดดันของสังคมมากดดันลูกเรา ดังที่ในหนังสือได้เขียนไว้ว่า
ภาพเย้ายวนของเด็กเก่ง นำแรงกดดันมากมายมาสู่พ่อแม่ ผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ทำให้เรื่องนี้ย่ำแย่ลงไปอีก ผลก็คือ เด็กจะถูกสอนในช่วงเวลาที่ผิด ด้วยวิธีที่ผิด เพื่อตอบสนองเป้าประสงค์ของพ่อแม่ แต่ว่าไม่ใช่ของเด็ก เด็กต้องเสียสละความเป็นเด็กให้กับอัตตาของพ่อแม่และการค้ากำไร (หน้า 24)
คนที่น่าสงสารคือเด็ก ที่ไม่ได้ทำอะไรตามวัยแต่ว่าต้องทำตามที่สิ่งพ่อแม่ต้องการ เด็กสามารถทำให้กับพ่อแม่ที่ตนเองรักได้ เสียสละเรื่องของตนเองไม่ได้เล่นไม่ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ควรจะเรียน พ่อแม่บางคนกดดันลูกมากมายจนลืมมองไปว่า เค้าได้มีความสุขตรงตามวัยของเค้ารึยัง
เราสองคนไม่เคยคาดหวังว่าลุกต้องเก่งที่สุด ดีที่สุด ขอเพียงอย่างเดียวเค้าได้ทำในสิ่งที่วัยของเค้าจะต้องทำหรือยัง เราคาดหวังลูกเป็นเด็กพัฒนาตามวัยและมีความสุข เพราะว่าเราสองคนเชื่อว่าวันข้างหน้าเค้าจะมีแรงเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอเค้าอีกมากมาย
เขียนโดย จอห์น บี ทอมสัน, ทิม คาน, มิลเดรด มาเชเดอ, ลิน โอลฟิลด์, มิเชลา คึกเกลอ และโรแลน มิกแฮน เขียน วิศิษฐ์ วังวิญญู แปล
หนังสือเล่มนี้พอได้อ่านแล้วเหมือนกลับไปนั่งเรียนจิตวิยาพัฒนาการอีกครั้ง ได้สาระและบางทีช่วยเตือนสติว่า เราต้องไม่เอาแรงกดดันของสังคมมากดดันลูกเรา ดังที่ในหนังสือได้เขียนไว้ว่า
ภาพเย้ายวนของเด็กเก่ง นำแรงกดดันมากมายมาสู่พ่อแม่ ผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ทำให้เรื่องนี้ย่ำแย่ลงไปอีก ผลก็คือ เด็กจะถูกสอนในช่วงเวลาที่ผิด ด้วยวิธีที่ผิด เพื่อตอบสนองเป้าประสงค์ของพ่อแม่ แต่ว่าไม่ใช่ของเด็ก เด็กต้องเสียสละความเป็นเด็กให้กับอัตตาของพ่อแม่และการค้ากำไร (หน้า 24)
คนที่น่าสงสารคือเด็ก ที่ไม่ได้ทำอะไรตามวัยแต่ว่าต้องทำตามที่สิ่งพ่อแม่ต้องการ เด็กสามารถทำให้กับพ่อแม่ที่ตนเองรักได้ เสียสละเรื่องของตนเองไม่ได้เล่นไม่ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ควรจะเรียน พ่อแม่บางคนกดดันลูกมากมายจนลืมมองไปว่า เค้าได้มีความสุขตรงตามวัยของเค้ารึยัง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










